เกลือ เหมืองแร่ และความล้มเหลวของประเทศที่มี “รัฐ” ด้อยพัฒนา

478 11 Feb 2024



เรื่องเกลือ  ที่หมายถึง เหมืองแร่โพแตซ เศษซากผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ชิ้นสุดท้าย ที่ผมพูดแบบนี้เพราะเรา เร่งความเติบโตทางเศรษฐกิจแบบทำลาย หรือ ล้างผลาญ หรือแบบประเทศในโลกด้อยพัฒนา นิยมทำกัน เมื่อ 100 ปีก่อน คือ การ ขุด โค่น เจาะ ดูด ทรัพยากรธรรมชาติขาย เผาผลาญ กันแบบไม่บันยะบันยัง แค่ 100 กว่าปี เท่านั้น ที่ทรักยากรของโลกสูญสิ้น แทบหมดโลก หรือ บางอย่าง หมดไปแล้วจริงๆ

เรา ในฐานะมนุษย์ที่เกิดมาร่วมล้างผลาญ ได้พยายามทำอะไร อย่างไรบ้างเพื่อ ยับยั้ง ชะลอ หรือ ยุติ ทิศทางประเทศของตัวเอง ผมไม่ได้ห้ามการพัฒนา การลงทุนต่างๆ เพื่อให้ประชาชน ให้ประเทศขยับให้พ้นไปจาก ความหิวโหย อดอยาก หรือล้าหลัง แต่ การพยายามควบคุมทิศทางการใช้ ให้ได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด การตรวจสอบเพื่อให้ เงินทุกบาท ทุกสตางค์ ที่เราขาย ทรัพยากรแผ่นดิน เพื่อเอามาพัฒนาประเทศนี้นั้น ถูกใข้อย่างประหยัด และทรัพยากรถูกเจียดอย่างรอบคอบ เพื่อให้หลงเหลือไปถึงลูกหลาน ผมพูดเสมอว่า เราไม่มีสิทธิ์ ขโมย ทรัพยากรธรรมชาติ ไปถลุงเล่น ฟุ่มเฟือย จนหมด กลับกัน เรามีหน้าที่รักษาไว้ และ เก็บไว้เป็นหลักประกัน ในยามฉุกเฉิน ในยามประเทศชาติมีภัย บอบช้ำ จากภัยพิบัติ หรือ ศึกสงคราม

แต่สิ่งที่ปรากฏ ต่อสายตาประชาชนมาตลอด หลายสิบปี ที่ผ่านมา คือ หมดไปอย่างไร้ค่า ในราคาถูกๆ ในสัญญาที่เสียเปรียบ ไม่โปร่งใส ระโยชน์ทับซ้อน ที่เลวร้ายกว่านั้น คือ ก่อผลประทบต่อชาวบ้าน ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หลายโครงการ จะให้ถูกเกือบทุกโครงการ ที่ให้สัมปทานได้ละเมิดสิทธิชาวบ้าน  สร้างความเดือดร้อนและสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม ในวงกว้าง แบบไม่มีใครรับผิดชอบ

หลายประเทศที่ ก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่พัฒนา ล้วนเข็มแข็งในการระบบกฎหมายที่ให้คุ้มครอง สิ่งแวดล้อม และ สิทธิประชาชน บนพื้นฐานการแย่งชิง เอาเปรียบ และ กดขี่ ประเทศที่ด้อยพัฒนา หรือ ประเทศที่ระบบการเมือง ยังอ่อนแอ รัฐยังหล้าหลังและขบวนการประชาชน ยังไม่มีเอกภาพ

จากเหมืองทองคำ มาถึง เหมืองเกลือแร่โพแตซฯ คือ ภาพสะท้อนที่สำคัญที่เรา ต่างรับรู้ มารตลอดว่า ผลประโยชน์ที่ประเทศ ที่ประชาชนได้นั้น น้อยมาก แต่ รัฐ ก็ด้อยปัญญาเกินจะเข้าใจได้ว่า ผลกระทบที่ เหมืองเกลือ หรือเหมืองทองคำ  ที่กลุ่มทุนสัมปทานทิ้งไว้ให้ประชาชน ให้แผ่นดินนี้นั้น หนักหนาสาหัสแค่ไหน เกลือแร่โพแตซ เค็มกว่า เกลือแกงเป็นพันเท่า
!!!  แบบนี้ใครจะมาแก้ไข เยียวยา ฟื้นฟูคืนให้ ใช้งบมหาศาล และระยะเวลาที่ยาวนานแค่ไหน  จนยากจะคะเนได้ว่า เมื่อไหร่ ธรรมชาติ จะกลับมาปกติ

นานมาแล้ว เราอยากรวย อยากมีเงิน ด้วยการขายแรงงาน ขายกาย ขายธรรมชาติ แร่ ก๊าซ ไม้ซุง น้ำมัน ดีบุก ทองคำ และเกลือ วันนี้ เราก็ยังพยายามควาน สิ่งที่ใกล้จะหมดสิ้นมาขายอีก ในขณะที่ประเทศที่เจริญ หรือ ร่ำรวย คือ ผลิตสินค้า ทำสินค้า เป็นผู้นำทางวัฒนธรรมการบริโภค สื่อ เทคโนโลยี ฯลฯ แต่เรา กระตือรือร้น คิดแค่ ขายทรัพยากรบนแผ่นดิน ในขณะที่เกษตรกรไทย กำลัง ล้มละลาย และออกไปขายแรงงาน ( อีกครั้ง ) ให้กับภาคเกษตรของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ อาหรับ เกาหลีใต้ จีน สแกนดิเนเวีย ออสเตรเลีย อิสรเอล ฯลฯ

เราคนไทย ทบทวนอะไรบ้าง ผมทำสินค้า ถูกกฎหมาย มีใบอนุญาต จ่ายภาษี ครบทุกอย่าง ยังไม่ได้ ในประเทศสุรินทร์ หรือ อย่าถาม ว่า กฎหมายไทยเอื้ออะไร หรือ สนับสนุนเกษตรกร ผู้ประกอบการหรือไม่อย่างไร นี่แหละคือ สาเหตุว่า ทำไมประเทศไทยกลับมายากจน เป็นประเทศโลกที่สาม เพราะการเมืองไทยอ่อนแอและเขลา และรัฐไทย ยังด้อยพัฒนา ครับ

Contact Information

  • : มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
  • : webmaster@thaingo.org
  • : 082 178 3849
  • : www.thaingo.in.th

Thai NGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม