“นายกคนนอก” คือผู้มีอิทธิพลเหนือพรรคการเมือง

157 views

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์

29 ธันวาคม 2561

.

การเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองให้เลือกอยู่ 2 ขั้วเท่านั้น  หนึ่งคือพรรคการเมืองขั้วที่ยืนข้างทหารด้วยการเอาคนที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งมาเป็นนายกรัฐมนตรี (นายกคนนอกซึ่งคนนั้นคงจะเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่ได้อำนาจมาจากรัฐประหาร  หรืออาจจะเป็นคนอื่นที่เป็นทหารหรือไม่เป็นทหารก็ได้  แต่โดยเนื้อแท้แล้วคือพรรคที่ยืนข้างอำนาจนอกระบบที่ได้มาจากรัฐประหารของคณะทหาร คสช.

 

อีกหนึ่งคือพรรคการเมืองที่ประกาศตัวชัดเจนว่าไม่เอานายกคนนอกและพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจของ คสช.

 

ระบบและกติกาการเลือกตั้งของบ้านเราสำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้[[1]]ได้ซ่อนกลลวงให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ามาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่กำหนดให้แต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง  และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศ 3 รายชื่อของแต่ละพรรคให้ประชาชนทราบนั้นคือนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง  แท้จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่  เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวไม่ได้กำหนดไว้เลยว่า 3 รายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอมานั้นจะต้องเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ดังนั้น  จึงเป็นใครก็ได้ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้เป็น ส.. เขต  หรือ ส.. บัญชีรายชื่อของพรรคใดพรรคหนึ่งเสียก่อน  ตรงนี้อาจจะเรียกว่า นายกคนนอกนอกบทเฉพาะกาล

 

ส่วน นายกคนนอกในบทเฉพาะกาลเกิดจากบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฯในมาตรา 272 วรรคสองที่กำหนดให้วุฒิสภาหรือ ส.. 250 คน มีอำนาจและหน้าที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.. ด้วย  โดยระบุว่าในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกหรือทั้งสองสภาเริ่มทำงานร่วมกัน  หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากคนใดคนหนึ่งของบัญชีรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88  ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม  สมาชิกของท้ังสองสภารวมกันจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (ถ้านับสมาชิกเต็มจำนวนของทั้งสองสภาคือ 750 คน  มาจาก ส.. 500 คน และ ส.. 250 คน, กึ่งหนึ่งจึงเท่ากับ 375 คน) สามารถเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภาจัดประชุมโดยเร็วเพื่อมีมติยกเว้นไม่ใช้บัญชีรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามท่ีพรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88  โดยรัฐสภาจะต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของท้ังสองสภา (ถ้านับสมาชิกเต็มจำนวนของทั้งสองสภาคือ 750 คน  มาจาก ส.. 500 คน และ ส.. 250 คน, สองในสามจึงเท่ากับ 500 คน) ให้ยกเว้นได้  ต่อจากนั้นก็ให้มีมติเห็นชอบการแต่งต้ังบุคคลใดที่ไม่อยู่/หรืออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ให้เป็นนายกรัฐมนตรี  โดยต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา (ถ้านับสมาชิกเต็มจำนวนของทั้งสองสภาคือ 750 คน  มาจาก ส.. 500 คน และ ส.. 250 คน, มากกว่ากึ่งหนึ่งจึงเท่ากับ 376 คน)

 

จากกระแสข่าวสังคมและการเมืองไทยที่เป็นอยู่ตลอดช่วงหลายปีหลังรัฐประหารที่ผ่านมาจน ณ เวลานี้ (ถ้าไม่นับข่าวเลขาธิการ กกต. ไม่รับประกันว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562,  ข่าวอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิตเตรียมถวายฎีกายุติการเลือกตั้งเพราะเป็นต้นเหตุความแตกแยกข่าวสภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติบุก กกต. ไม่ให้ประกาศวันเลือกตั้ง ต้องเลื่อนออกไปก่อนข่าวนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่าพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.. ยังไม่ออกในวันนี้-2 มกราคม 2562-ตามกำหนดการเดิมที่ตั้งไว้  ตามที่กล่าวไว้แล้วในอ้างอิง [1]) จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีการวางหมากไว้หลายช่องทางเพื่อให้ได้มาซึ่งนายกคนนอก  ไม่ว่าจะเป็นนายกคนนอกในหรือนอกบทเฉพาะกาลล้วนแต่เป็นชื่อของพลเอกประยุทธ์ปรากฎอยู่ในลำดับแรกทั้งสิ้น  ลำดับต่อมาอาจจะเป็นทหาร คสช. รายอื่น  หรือพลเรือนที่รับใช้ คสช. ก็ตาม  แต่รายชื่อทั้งหมดแน่ใจได้อย่างหนึ่งว่าคือผู้ที่ไม่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้เป็น ส.. เขต หรือ ส.. บัญชีรายชื่อของพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างแน่นอน

 

หลักการตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญตรงที่ผู้ปกครองโดยเฉพาะตำแหน่งสูงสุดอย่างนายกรัฐมนตรีต้องสร้างพันธสัญญาการนำอำนาจไปใช้โดยยึดโยงกับประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงโดยตรงผ่านระบบเลือกตั้ง  ดังนั้น  คุณสมบัติสำคัญข้อแรกของนายกรัฐมนตรีควรต้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งและได้รับเลือกตั้งให้เป็น ส.. เขต หรือ ส.. บัญชีรายชื่อของพรรคใดพรรคหนึ่งเสียก่อนเท่านั้น  นอกเหนือไปจากนี้ควรเรียกว่า นายกคนนอก

 

ทั้งหมดนี้คือนิยามของนายกคนนอกผู้กินแรงคนอื่น  และลอยตัวอยู่เหนือปัญหาและความผิดทั้งปวงที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองและคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง  ไม่ยึดโยงผูกพันใด ๆ กับสมาชิกพรรคการเมืองที่เสนอชื่อตัวเองเป็นนายกคนนอกทั้งสิ้น  ไม่ต้องรับผิดชอบร่วมกันใด ๆ ในบรรดามติ  กฎ  ข้อบังคับ  ระเบียบ  ประกาศ  คำสั่งของคณะกรรมการบริหารพรรคและในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง  กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญฯ

 

ในขณะที่กฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.. 2560 กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองต้องมีคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฯ  กฎหมาย  นโยบาย  ข้อบังคับของพรรคการเมือง  และมติของที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง  รวมตลอดทั้งระเบียบ  ประกาศ  และคำสั่งของคณะกรรมการบริหารพรรคซึ่งต้องกระทำด้วยความรอบคอบ  ระมัดระวัง  และซื่อสัตย์สุจริต  เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน  และต้องให้สมาชิกมีส่วนร่วมและรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง  และการคัดเลือกสมาชิกหรือบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถ  ซื่อสัตย์สุจริต  และมีคุณธรรม  จริยธรรม  เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.. หรือตำแหน่งอื่น  หรือเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  แต่ผู้เป็นนายกคนนอกไม่มีอะไรต้องยึดโยงกับสมาชิกพรรค  คณะกรรมการบริหารพรรคและความรับผิดชอบทางจริยธรรมใด ๆ ของพรรคเลย

 

ดังเช่นหลังรัฐประหารปี 2557 บ้านเมืองเราก็อยู่กับสภาวะนายกคนนอกมาเกือบห้าปีแล้ว  นี่คือช่วงเวลาของนายกคนนอกก่อนเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยคณะรัฐประหาร คสชที่มีนายกคนนอกผู้ไม่ยี่หระว่าจะใช้อำนาจที่ไม่สัมพันธ์หรือยึดโยงกับผลประโยชน์และความอยู่ดีมีสุขของประชาชนอย่างไรก็ได้

 

จะใช้อำนาจสนับสนุนหรือเอื้อต่อผลประโยชน์ของนายทุนอย่างไรก็ได้

 

จะใช้อำนาจประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อม  ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำลงอย่างไรก็ได้

 

จะใช้อำนาจทวงคืนผืนป่าส่งผลให้คนยากคนจนและคนเล็กคนน้อยที่ไร้อำนาจต่อรองต้องไร้ที่ดินทำกินอย่างไรก็ได้

 

จะใช้อำนาจในการพยามยามยกเลิกบัตร 30 บาทรักษาทุกโรคเพื่อบังคับให้ประชาชนทั่วไปต้องหากู้หนี้ยืมสินยามเจ็บไข้ได้ป่วยเพื่อจ่ายค่ารักษาและค่ายาเมื่อไปโรงพยาบาลอย่างไรก็ได้

 

จะใช้อำนาจยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองเพื่อเปิดทางให้โรงงานขยะมีพิษมาตั้งบนพื้นที่ที่ควรสงวนไว้เป็นที่อยู่อาศัยหรือเกษตรกรรม  หรือพื้นที่สีเขียวอื่น ๆ อย่างไรก็ได้

 

จะใช้อำนาจขึ้นเงินเดือนข้าราชการ  ศาล  องค์กรอิสระให้ร่ำรวยขึ้นโดยไม่แยแสค่าแรงขั้นต่ำของประชาชนว่าจะสามารถเลี้ยงดูลูกเมียพ่อแม่และครอบครัวให้พออยู่พอกินไม่เป็นหนี้สินอย่างไรก็ได้

 

ฯลฯ

 

นี่คือผลงานของนายกคนนอกก่อนเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562  และพวกเขาเหล่านั้นได้วางแผนการสืบทอดอำนาจโดยกำกับการร่างรัฐธรรมนูญให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อให้มีนายกคนนอกหลังเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เอาไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

สภาวะของนายกคนนอกเช่นนี้คือลักษณะของผู้มีอิทธิพลสร้างการครอบงําหรือชี้นําพรรคการเมืองโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองน้ันตามมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญฯ  และมาตรา 28  มาตรา 29  และมาตรา 46 ของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง  ซึ่งสมควรมีความผิดตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 28 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ  ทั้งนี้  ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมมาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ  ทั้งนี้  ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมมาตรา 46 ห้ามมิให้พรรคการเมือง สมาชิก หรือผู้ใด เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ใด เพื่อให้ผู้นั้นหรือบุคคลอื่นได้รับแต่งตั้ง หรือสัญญาว่าจะให้ได้รับแต่งตั้ง หรือเพราะเหตุที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ และห้ามมิให้ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง สมาชิก หรือผู้ใด เพื่อจูงใจให้ตนหรือบุคคลอื่นได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ

 

โทษเหล่านั้นมีตั้งแต่ยุบพรรคระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าถึงสิบปี  และปรับตั้งแต่หนึ่งถึงสองแสนบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ  และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบถึงยี่สิบปี  และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

 

ความตลกขบขันที่มาพร้อมกับโทษที่กล่าวถึงก็คือ  คณะรัฐประหาร คสช. ได้กำกับการร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2560  กฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งเพื่อสร้างระบบและกติกาของการเลือกตั้งให้เป็นประโยชน์กับตัวเองให้มากที่สุดด้วยการบัญญัติให้มีนายกคนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง  และทำทุกวิถีทางในการสกัดกั้นอิทธิพลของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่ลี้ภัยอยู่นอกประเทศไม่ให้มีอิทธิพลชี้นำและครอบงำพรรคการเมืองในเครือข่ายของทักษิณ  แต่สิ่งที่คณะรัฐประหาร คสช. กระทำในเรื่องเขียนบทบัญญัติ นายกคนนอกไว้ในรัฐธรรมนูญฯซึ่งมีเนื้อหาเป็นไปในทางที่สามารถทำให้คณะรัฐประหาร คสช. ที่กุมอำนาจบริหารประเทศเป็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอยู่ในเวลานี้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลใช้อำนาจและหน้าที่ชี้นำและครอบงำพรรคการเมืองที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองได้  แทนที่ผลของการเขียนรัฐธรรมนูญฯและกฎหมายจะสกัดหยุดยั้งอิทธิพลของทักษิณในการชี้นำและครอบงำเครือข่ายพรรคการเมืองของทักษิณ  แต่กลับกลายเป็นว่าเขียนรัฐธรรมนูญฯและกฎหมายประจานความเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือพรรคการเมืองของคณะรัฐประหาร คสช. เสียเองมากกว่า.

 

                                                                       

 

                                                                       

 

[[1]หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดการเลือกตั้งควรเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ตามโรดแม็ปเดิมที่คณะรัฐประหาร คสช. วางไว้ซึ่งปรากฎเป็นข่าวมานานในช่วงปลายปีที่ผ่านมา  แต่ในขณะที่เขียนบทความนี้มีข่าวว่าเลขาธิการ กกต. ไม่รับประกันว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 (ข่าวจากลิ้งก์นี้ https://www.khaosod.co.th/politics/news_2022141ช่างสอดรับกับกระแสข่าวอธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิตเตรียมถวายฎีกายุติการเลือกตั้งเพราะเป็นต้นเหตุควา

Contact Information

มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

webmaster@thaingo.org

082 178 3849

www.thaingo.in.th

ThaiNGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม

ThaiNGO.in.th