32 10 Aug 2026

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 7 เรียกร้องนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เข้ามารับผิดชอบโดยตรง เปิดการเจรจากับผู้แทนประชาชน และสร้างความชัดเจนต่ออนาคตโฉนดชุมชนและสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. หลังพบความเห็นที่แตกต่างกันภายในรัฐบาล ขณะที่พีมูฟย้ำ การเคลื่อนไหวไม่ได้มุ่งปกป้องหน่วยงาน แต่ต้องการรักษาความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาที่ดินและสิทธิของประชาชน
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 7 เรื่อง “ถึงเวลานายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เปิดเจรจากับประชาชน หยุดความขัดแย้งภายในรัฐบาล เดินหน้าโฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน” โดยระบุว่า การเคลื่อนไหวของพีมูฟตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการคัดค้านการปรับโครงสร้างหรือการยุบหน่วยงานของรัฐ แต่เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่ออนาคตของสิทธิชุมชน รวมถึงหลักประกันในการเข้าถึงและจัดการที่ดินของประชาชน
พีมูฟระบุว่า การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 และแนวทางการยุบเลิก บจธ. โดยที่ยังไม่มีหลักประกันชัดเจนว่าภารกิจและสิทธิของประชาชนจะได้รับการสานต่อ อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของประชาชนจำนวนมาก
พีมูฟกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นาย ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนประชาชน
จากการหารือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายมีจุดร่วมสำคัญว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินไม่ควรเกิดสุญญากาศ และภารกิจของ บจธ. ควรดำเนินต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมเร่งจัดทำแนวทางรองรับการจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์กรของรัฐที่มีภารกิจในลักษณะเดียวกัน
พีมูฟระบุว่า นายทรงศักดิ์ได้รับว่าจะนำผลการหารือเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ภายหลังกลับมีท่าทีจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ว่า การยุบ บจธ. และมาตรการโฉนดชุมชนเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีนโยบายขยายระยะเวลาการดำเนินงานของ บจธ. พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานต่อไป
พีมูฟจึงตั้งคำถามว่า ข้อสรุปจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับประชาชนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมมีสถานะและความหมายอย่างไร หากตัวแทนรัฐบาลมีท่าทีหนึ่ง ขณะที่ฝ่ายบริหารอีกส่วนหนึ่งมีท่าทีแตกต่างกัน
กลุ่มประชาชนเห็นว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อเสนอของประชาชนทุกประเด็น แต่เมื่อรัฐบาลเปิดกระบวนการเจรจาแล้ว ควรเคารพกระบวนการดังกล่าวและรับผิดชอบต่อข้อสรุปที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการเจรจาจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
แถลงการณ์ยังกล่าวถึงการมอบหมายให้นาง สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล บจธ. ในช่วงที่อนาคตของหน่วยงานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
พีมูฟตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่ปรากฏบทบาทของผู้กำกับดูแล บจธ. ในกระบวนการหารือกับผู้แทนประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อกำหนดแนวทางต่ออนาคตของหน่วยงานและการสานต่อภารกิจด้านธนาคารที่ดิน
พีมูฟมองว่า หากกลไกหนึ่งกำลังพิจารณาอนาคตของ บจธ. ขณะที่อีกกลไกหนึ่งกำลังเจรจากับประชาชนในประเด็นเดียวกัน แต่ไม่มีการประสานให้เกิดทิศทางเดียวกัน ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการแก้ไขปัญหา
พีมูฟจึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามารับผิดชอบและเปิดการเจรจากับผู้แทนประชาชนโดยตรง พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง 4 ประการ ได้แก่
พีมูฟย้ำว่า การเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาลไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสถานะของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการเรียกร้องสิทธิของประชาชนในการมีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัย และมีส่วนร่วมในการจัดการที่ดินและทรัพยากรของชุมชน
พีมูฟระบุว่า รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างราชการและทบทวนนโยบายได้ แต่ควรมีคำตอบที่ชัดเจนว่าประชาชนที่อยู่ในกระบวนการแก้ไขปัญหาจะได้รับการดูแลและสามารถเดินหน้าต่ออย่างไร โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้เลือกเปิดโต๊ะเจรจากับประชาชนแล้ว
แถลงการณ์ฉบับดังกล่าวจึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามารับผิดชอบโดยตรง เปิดโต๊ะเจรจากับประชาชน และทำให้รัฐบาลมีแนวทางเดียวกันต่อประเด็น โฉนดชุมชนและธนาคารที่ดิน โดยพีมูฟย้ำว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องของการคงอยู่หรือยุบเลิกหน่วยงาน แต่เกี่ยวข้องกับสิทธิและอนาคตของประชาชนจำนวนมาก
ภาพประกอบจาก
31 Jul 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม