1561 20 Jul 2020

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่เพจเฟซบุ๊คกลุ่มเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ได้โพสต์ข้อความ ที่มีเนื้อหาที่อาจจะปลุกระดมให้คนออกมาชุมนุมกันในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.นี้เวลา 5 โมงเย็น ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ยังไม่ยุติ และขณะนี้ยังมีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ที่มีการห้ามการรวมกลุ่ม หรือการชุมนุมต่างๆ ซึ่งอาจจะสุ่มเสี่ยงกับการแพร่ระบาดโควิด-19 มีการขึ้นข้อความ "ไม่ทนอีกต่อไป..." พร้อมระบุในด้านท้ายว่าโปรดสวมหน้ากากอนามัยและพกเจลล้างมือด้วย โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1.ต้องประกาศยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นั้น
การจัดการชุมนุมดังกล่าว ผู้จัดคงรู้แจ้งแล้วว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยเฉพาะ ม.9(2) แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ หรือกระทําการใดอันเป็นการยุยง ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย” ซึ่งสอดรับกับข้อกำหนด ฉบับที่ 1 ข้อ 5 และฉบับที่ 2 ข้อ 2(2) มีอัตราโทษตาม ม.18 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังมีกฎหมายอื่นอีกมากที่จะสามารถเอาผิดกับผู้จัดการชุมนุมและผู้ชุมนุมได้ อาทิ พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 พรบ.จราจรทางบก 2522 รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญา ม.215 ฐานมั่วสุมกันเกินกว่าสิบคนหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ทั้งนี้ตามข้อกำหนด ฉบับที่ 3 ข้อ 3 ในกรณีมีการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น ความผิดต่อทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ฯลฯ และเป็นความผิดตามข้อกำหนดออกตามความใน ม.9 แห่งพรก.ฉุกเฉิน 2548 ต้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดทุกฐานความผิดนั้นโดยเร็ว
ถึงแม้รัฐธรรมนูญ 2560 ม.44 จะบัญญัติไว้ว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งปัจจุบันไทยเรามี พรบ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ออกมาบังคับใช้แล้ว และถึงแม้ใน ม.3(6) จะกำหนดไม่ให้นำกฎหมายฉบับนี้มาใช้บังคับในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก็ตาม แต่ในวรรคท้ายของอนุมาตราดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่า “แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น” ด้วย
ดังนั้น เมื่ออำนาจตาม พรบ.ชุมนุมสาธารณะตกมาอยู่ในการบังคับของนายกรัฐมนตรี และ ศบค. ตาม พรก.ฉุกเฉิน 2548 และยังไม่ได้มีการยกเลิกการประกาศใช้ พรก.ดังกล่าวแล้ว แกนนำที่จะขึ้นเวทีทุกคน ก็จงเตรียมตัวเตรียมใจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเถิด แล้วอย่ามาฟูมฟายว่าถูกรังแกจากอำนาจรัฐเลย เพราะถ้าตำรวจไม่จับกุมดำเนินคดี ก็อาจถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อ.157 ได้ แม้ พรก.ฉุกเฉินสมควรที่จะยกเลิกได้แล้ว แต่ในขณะนี้รัฐบาลเขายังไม่ยอมยกเลิก แม้เราจะไม่ชอบ พรก. แต่กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมายครับ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
31 Jul 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม