เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ แถลงการณ์ล็อคดาวน์เหมืองแร่ หยุดฉวยโอกาสให้สัมปทานเหมือง

2337 29 Apr 2020

 

28 เมษายน 2563 เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จ.เลย กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได จ.หนองบัวลำภู กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย จ.มุกดาหาร กลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส จ.สกลนคร กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และกลุ่มรักษ์บ้านแหง จ.ลำปาง ร่วมกันออกแถลงการณ์ “ล็อคดาวน์เหมืองแร่ หยุดฉวยโอกาสให้สัมปทานเหมือง” และเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ในแต่ละพื้นที่ทำการอ่านแถลงการณ์แบบเว้นระยะห่างระหว่างกัน (Social  distancing) เพื่อป้องกันการแพร่โรคไวรัสโควิด-19 พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้

          1.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องหยุดกระบวนการพิจารณาด้านต่าง  ๆ  ที่จะนำไปสู่การออกใบอนุญาตให้กับโครงการสำรวจและการทำเหมืองแร่ทุกประเภทเอาไว้ก่อน  จนกว่าจะยกเลิกการบังคับใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้อย่างเป็นปกติ

          2.กรณีที่ผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ที่ได้รับการอนุมัติ/อนุญาตให้สำรวจและทำเหมืองแร่ไปแล้วนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีคำสั่งให้หยุดการดำเนินการสำรวจและการทำเหมืองแร่ไว้ก่อน  เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม  และไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อประชาชนในพื้นที่ต่อการติดเชื้อไวรัส    โควิด-19  จากการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ชุมชนของผู้ประกอบการ

          3.กรณีที่ผู้ประกอบการมีความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่จากการสำรวจและทำเหมืองแร่  รวมทั้งมีการร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสั่งให้ผู้ประกอบการหยุดดำเนินการสำรวจและการทำเหมืองแร่ไว้ก่อน  เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชนที่มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  และต้องต่อสู้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน  ไม่เพียงเท่านั้นยังถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพจาก         พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกด้วย

โดยนายนงค์ชัย พันธ์ดา ตัวแทนกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส จ.สกลนคร กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เป็นที่พูดถึงกันทั่วโลก รัฐบาลไทยก็ได้แก้ไขปัญหาด้วยการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิว เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น กระทบกับชาวบ้าน ทำให้ไม่สามารถพบปะหรือประชุมเพื่อพูดคุยปรึกษาหารือกันได้ ที่ทำได้ในตอนนี้คือการพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น ตอนนี้พวกเรากังวลใจเรื่องที่บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษใหม่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 เพื่อที่จะทำการเจาะสำรวจแร่โปแตช เพราะอาชญาบัตรพิเศษเดิมหมดอายุเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาสก็ได้ไปยื่นหนังสือคัดค้านการขออาชญาพิเศษของบริษัทดังกล่าวกับอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนครแล้ว  ประเด็นสำคัญก็ คือ เนื่องจากปัจจุบันมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ทำหน้าที่ควบคุมเราไว้ทำให้ไม่สามารถออกมาเคลื่อนไหวอะไรได้เลย ซึ่งเปรียบเสมือนการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของชาวบ้าน ในเมื่อชาวบ้านไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวหรือใช้สิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ พวกเราจึงออกมาการแถลงการณ์ขอหน่วยการที่เกี่ยวข้องหรือภาครัฐที่มีอำนาจในการอนุมัติ/อนุญาตอาชญาบัตรพิเศษต้องหยุดกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การอนุมัติ/อนุญาตไว้ก่อน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อชาวบ้าน”

นางงามทอง มงคล  ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับน้ำคำป่าหลาย จ.มุกดาหาร กล่าวว่าผลกระทบจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เกิดปัญหาผลกระทบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกระทบต่อการทำมาหากินของชาวบ้านที่ต้องหาเช้ากินค่ำหรือชาวบ้านอย่างเราที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ที่ปัจจุบันราคาพืชผลทางเกษตรอย่างมันสำปะหลัง อ้อย และยางพารา ยังคงตกต่ำ ราคาสิ่งของที่ต้องใช้ในการดำรงชีพในแต่ละวันก็แพงขึ้น และหนี้สินก็เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญการเดินทางไปไหนมาไหนในตอนนี้ก็ลำบากมาก อย่างพวกเราชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์น้ำซับน้ำคำป่าหลายที่ติดตามและคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองหินทราย ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหมู แปลง 2 เพราะหากในอนาคตเกิดเหมืองแร่ในพื้นที่ เรากังวลว่าแหล่งต้นน้ำที่เราใช้อาจขาดแคลนและอาจหายไป เนื่องจากพื้นที่ทำเหมืองอยู่บริเวณใกล้กับแหล่งต้นน้ำ ปัจจุบันพวกเราไม่สามารถเดินทางไปเรียกร้องหรือไปยื่นหนังสือกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ เพราะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งขณะที่เราหยุดอยู่บ้าน ถือปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องและบริษัทฯ ที่ยื่นขอประทานบัตรเหมืองแร่ยังคงดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ตามปกติ  ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมชาวบ้านที่มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องหยุดกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะอนุมัติ/อนุญาตให้ประทานบัตรก่อน จนกว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ควรฉวยโอกาสอนุมัติ/อนุญาตให้ประทานบัตรในช่วงที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นเราหยุดเหมืองก็ต้องหยุด”

นางบัวลอง นาทา ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได กล่าวว่า “เราพยายามปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตลอด แต่เหมืองแร่และโรงโม่หินมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชนลงทุกวัน มันไม่ถูกต้อง ยิ่งช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยิ่งมีการระเบิดหนักขึ้น ขนส่งแร่หินข้ามจังหวัดไปมาทุกวัน ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ๆ และถ้ำศรีธน ถ้ำผาน้ำลอด ที่เป็นแหล่งโบราณคดีของชุมชนก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิดเหมืองหินปูน แต่ชาวบ้านกลับไปสามารถออกไปต่อต้านได้ เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเสี่ยงติดไวรัสด้วย เราคัดค้านเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินมาตลอด 26 ปีแล้ว อยากให้หยุดได้แล้ว ยกเลิกเหมืองแร่หินปูนออกไปจากชุมชน ออกไปจากพื้นที่ป่าไม้ของชุมชนได้แล้ว”

นางวิรอน รุจิไชยวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จ.เลย กล่าวว่า “ชุมชนของเรามีสารพิษจากเหมืองที่ปนเปื้อนตามไร่นาของชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบเหมืองทองคำ ชาวบ้านมีรายได้น้อยลง ยางพาราก็ราคาตกต่ำลงมาก เพราะการล็อคดาวน์ทำให้ไม่มีตลาดนัดขาย ไปขายล็อตเตอรี่ก็ไปไม่ได้ บางคนล็อตเตอรี่ยังเหลือ ก็ไม่รู้จะได้ไปขายตอนไหน  ตอนนี้ก็ไม่มีรายได้ รายจ่ายก็เยอะขึ้นชาวบ้านอาจจะหันมาเก็บพืชผัก กุ้ง หอย ปู ปลา ตามนาที่ปนเปื้อนกินก็ได้  ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อพวกเรา โครงการเหมืองแร่ต่าง ๆ ก็ต้องล็อคดาวน์เหมือนกัน”

ทั้งนี้นางสาววนิดา กันทา ตัวแทนกลุ่มรักษ์บ้านแหง จ.ลำปาง ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า “การที่พวกเราออกมาเรียกร้องให้ล็อคดาวน์เมืองแร่ เพราะไม่อยากให้เหมืองแร่เกิดขึ้นในบ้านเรา และในทุก ๆ ที่ เพราะถ้ามันเกิดเราก็ย้ายหนีไม่ได้ เพราะที่นี่คือบ้านเกิด และที่สำคัญเรากลัวว่าจะเกิดผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นสารพิษสารเคมีจะเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้บ้านแหงชนะคดีปกครองก็จริงแต่เราก็ยังไม่ชนะขาด เขาอาจจะฉวยโอกาสช่วงนี้ออกประทานบัตรก็ได้ ดังนั้นอยากเผยแพร่ประเด็นปัญหาที่เกิดให้คนอื่นได้รับรู้ ในเมื่อไม่สามารถออกมาชุมนุม หรือรวมตัวกันได้ ก็คิดว่าการแอคชั่นทำกิจกรรมในครั้งนี้ จะสามารถสื่อสารให้คนรู้และให้กำลังใจคนที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันกับเรา”

 

 

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""

แถลงการณ์

ล็อคดาวน์เหมืองแร่ หยุดฉวยโอกาสให้สัมปทานเหมือง

 

          ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙  ที่มียอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทั้งยังผู้ที่ต้องกักตัวเฝ้าสังเกตอาการอีกเป็นจำนวนมาก  ซึ่งวิกฤตการณ์       ในครั้งนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน  ยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ย่ำแย่ลงทุกวัน  ถึงแม้นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรตามพระราชกำหนด      การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พ.ศ.  ๒๕๔๘  หรือ  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙  แต่การประกาศใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  โดยที่ไม่มีแผนรองรับที่ดียิ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชนให้เดือดร้อนทุกข์ยากแสนสาหัสมากขึ้น ซึ่งเป็นการขยายปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจให้กว้างขึ้น  โดยจะเห็นได้ว่า  การประกาศใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ยิ่งนานก็ยิ่งส่งผลให้ประชาชนสูญเสียรายได้  ไร้อาชีพ  สร้างความเหลื่อมล้ำ  มีคนตกงานหลายล้านคน  ประชาชนคนเล็กคนน้อยต้องเข้าแถวรอรับบริจาคอาหารและสิ่งของต่าง  ๆ  เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ในแต่ละวัน  นอกจากนี้เงินเยียวยาจากรัฐบาลกลับมีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับการเยียวยาอย่าง     ถ้วนหน้า  และหลายคนไม่มีทางออกจึงเลือกฆ่าตัวตาย  ซึ่งมากถึง  ๓๘  ราย  หรือครึ่งหนึ่งของการตายจากเชื้อไวรัสโควิด-๑๙  โดยภายใต้การประกาศใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ซึ่งมีข้อกำหนดข้อหนึ่งในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างชัดเจน  โดยการห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน  ณ  ที่ใด  ๆ  ตั้งแต่วันที่  ๒๖  มีนาคม – ๓๐  เมษายน  ๒๕๖๓  เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙  ในประเทศไทย  และมีแนวโน้มว่า  นายกรัฐมนตรี  จะต่ออายุ  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ออกไปอีก  ๑   เดือน  นั้น

          พวกเราประชาชนในนาม  “เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่”  ซึ่งเป็นประชาชนของประเทศ  เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนและผู้ได้รับผลกระทบจากการสำรวจและการทำเหมืองแร่โดยตรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย  ซึ่งได้ดำเนินการในการเฝ้าจับตา  ติดตาม  และตรวจสอบการดำเนินนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดตลอดมา  เห็นว่า  การประกาศใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการออกมาใช้สิทธิปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน  และเป็นการจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการต่าง  ๆ  ที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ชุมชน  และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งไม่สามารถออกมาใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกต่อโครงการพัฒนาต่าง  ๆ  ในการสำรวจและการทำเหมืองแร่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังเช่นสถานการณ์ปกติได้  แต่ในขณะเดียวกันนั้นกระบวนการพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตโครงการสำรวจและการทำเหมืองแร่ต่าง  ๆ  ยังคงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นเป็นปกติ  ซึ่งกระบวนการพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตโครงการสำรวจและการทำเหมืองแร่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เป็นการจำกัดการเข้าถึงของประชาชนในพื้นที่  ยิ่งทำให้ประชาชนขาดการมีส่วนร่วม  และเป็นการละเลยต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและชุมชน  ซึ่งเป็นสิทธิตามธรรมชาติโดยชอบธรรมนั้น

          ดังนั้น  เพื่อให้เกิดการบังคับใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม  พวกเราในนาม  “เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่”  จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้

          ๑.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องหยุดกระบวนการพิจารณาด้านต่าง  ๆ  ที่จะนำไปสู่การออกใบอนุญาตให้กับโครงการสำรวจและการทำเหมืองแร่ทุกประเภทเอาไว้ก่อน  จนกว่าจะยกเลิกการบังคับใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้อย่างเป็นปกติ

          ๒.กรณีที่ผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ที่ได้รับการอนุมัติ/อนุญาตให้สำรวจและทำเหมืองแร่ไปแล้วนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีคำสั่งให้หยุดการดำเนินการสำรวจและการทำเหมืองแร่ไว้ก่อน  เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม  และไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อประชาชนในพื้นที่ต่อการติดเชื้อไวรัส    โควิด-๑๙  จากการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ชุมชนของผู้ประกอบการ

          ๓.กรณีที่ผู้ประกอบการมีความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่จากการสำรวจและทำเหมืองแร่  รวมทั้งมีการร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสั่งให้ผู้ประกอบการหยุดดำเนินการสำรวจและการทำเหมืองแร่ไว้ก่อน  เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชนที่มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙  และต้องต่อสู้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน  ไม่เพียงเท่านั้นยังถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพจาก         พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  อีกด้วย

         

 

ด้วยความเคารพ

เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่

๒๘ เมษายน ๒๕๖๓

 

 

รายชื่อเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่แนบท้าย

  • กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน  กรณีเหมืองแร่ทองคำ  ต.เขาหลวง  อ.วังสะพุง  จ.เลย
  • กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได  กรณีการทำเหมืองหินปูน  ต.ดงมะไฟ  อ.สุวรรณคูหา 

จ.หนองบัวลำภู

  • กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย  กรณีการขอประทานบัตรทำเหมืองหินทราย  ต.คำป่าหลาย  อ.เมือง     จ.มุกดาหาร
  • กลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส  กรณีขุดเจาะสำรวจแร่โปแตชตามอาชญาบัตรพิเศษเพื่อขอสำรวจแร่โปแตช  ๖ ตำบล  อ.วานรนิวาส  จ.สกลนคร
  • กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์  กรณีการทำเหมืองแร่โปแตช  และขออนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้า    ถ่านหินเพื่ออุตสาหกรรมแร่โปแตช  หลายตำบลใน  อ.บำเหน็จณรงค์  จ.ชัยภูมิ
  • กลุ่มรักษ์บ้านแหง  กรณีการขอประทานบัตรทำเหมืองถ่านหิน  ต.บ้านแหง  อ.งาว  จ.ลำปาง

 

Contact Information

  • : มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
  • : webmaster@thaingo.org
  • : 082 178 3849
  • : www.thaingo.in.th

Thai NGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม