พนักงานอัยการมีความเห็นสังฟ้องนางสาวนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์  

1243 23 Sep 2016

  เมื่อเวลาประมาณ 10.00 นาฬิกาของวันที่ 22 กันยายน 2559 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับแจ้งจากนางสาวนริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ ว่า จากการติดตามความคืบหน้าคดีของตนนั้น  พนักงานอัยการเจ้าของสำนวน นายรติ ช่อลำไย ได้แจ้งต่อตนด้วยวาจาว่าได้สรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาล   โดยระบุว่าความเห็นพนักงานสอบสวนที่สรุปมาในสองข้อหาคือ 1) ข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร  2) ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ  ขณะนี้สำนวนอยู่ที่อัยการจังหวัดนราธิวาส พิจารณาและมีคำสั่งต่อไป นางสาวนริศราวัลถ์  แก้วนพรัตน์ ข้าราชการกองกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถูกร้อยเอกภูริ เพิกโสภณแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558 ต่อมา ศาลจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายจับตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวน เพราะมีพฤติการณ์หลยหนีเนื่องจากไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ตำรวจชุดสืบสวนจากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนใต้ (ศชต.) ร่วมกับชุดสืบสวน จาก สน.มักกะสัน ได้เข้าจับกุม นางสาวนริศราวัลถ์ ณ. กองกิจการเด็กและเยาวชน และควบคุมตัว นางสาวนริศราวัลถ์ ไปพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาศ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในในวันเดียวกันนั้น  โดยนางสาวนริศราวัลถ์ได้รับทราบและให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การโดยละเอียดพร้อมเสนอพยานหลักฐานต่าง ๆ ต่อพนักงานสอบสวนในภายหลัง  เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องคดีโดยไม่มีตัวไปก่อนที่นางสาวนริศราวัลถ์จะถูกจับแล้ว  จากนั้นจึงได้ขอประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการประกันตัวเอง ต่อมาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 นางสาวนริศราวัลถ์ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุด ในเรื่องการสอบสวนคดีนี้ เนื่องจากตนไม่เคยได้รับหมายเรียกจนถูกออกหมายจับ  และขอให้อัยการส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติม  เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนไปโดยที่ยังไม่ได้รับข้อมูลจากฝ่ายตน เป็นการสรุปสำนวนไปโดยที่ยังไม่ได้ฟังความทุกฝ่ายและไม่เป็นธรรม จึงขอให้พนักงานอัยการขอให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติมก่อนมีความเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนยังได้แจ้งด้วยว่าหากทำประวัติอาชญากรรมเรียบร้อยแล้ว ก่อนสรุปผลการจับกุมตัวส่งให้พนักงานอัยการ จะแจ้งให้นางสาวนริศราวัลถ์เข้าให้การเพิ่มเติมได้ด้วย แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด มูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความเห็นว่า การที่พนักงานอัยการเจ้าของสำนวน ได้สรุปความเห็นไปก่อนที่จะได้รับข้อมูลต่างๆจากฝ่ายนางสาวนริศราวัลถ์นั้น เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม เนื่องจากไม่ได้ฟังความทุกฝ่าย โดยเฉพาะพยานหลักฐานที่จะแสดงว่าผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้เป็นผู้บริสุทธิ ไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกแจ้งข้อหาแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้สิทธิเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ พลทหารวิเชียร เผือกสม น้าของตนที่ถูกทำร้ายถึงตายเท่านั้น และขอเรียกร้องให้พนักอัยการจังหวัดนราธิวาส  สั่งให้มีการสอบคำให้การฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมและรับพยานหลักฐานจากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาประกอบในการสั่งคดีนี้ด้วย เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และเพื่อไม่ให้ผู้ใดใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ และกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งประชาชน   ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ นายสุรพงษ์ กองจนทึก      ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม        โทร 081-6424006 นายปรีดา นาคผิว            ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม    โทร 089-6222474 นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน       ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม    โทร 085-1208077 นายสัญญา เอียดจงดี        ทนายความ                               โทร 087-5894884

Contact Information

  • : มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
  • : webmaster@thaingo.org
  • : 082 178 3849
  • : www.thaingo.in.th

Thai NGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม