1542 27 Jun 2016
คำชี้แจงเรื่องรายงานสถานการณ์การทรมาน ในจังหวัดชายแดนใต้
ตามที่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้เปิดเผย “รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2557-2558”โดยได้มีการจัดการเสวนาสาธารณะ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจรายงานข่าว รวมทั้งนำเสนอรายละเอียดเป็นจำนวนมาก และต่อมาได้มีแถลงการณ์ของกองกำลังรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เผยแพร่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 และได้มีการจัดแถลงข่าวเผยแพร่ตามสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี (พ.ต.ท.วิญญู เทียมราช ) ได้มีหมายเรียกผู้ต้องหาคดีอาญา ระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผู้กล่าวหา กับ นายสมชาย หอมลออ กับพวก ผู้ต้องหา โดยเรียกให้ นายสมชาย หอมลออ นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และนางสาวอัญชนา หีมมิหม๊ะ รวมสามคนให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 มิถุนายน 2559 โดยตามหมายเรียกได้กล่าวหาว่า ผู้ต้องหาทั้งสามคนได้ “ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กล่าวคือ ผู้เสียหายตรวจพบว่า มีการนำเอาเอกสาร รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีในจังหวัดชายแดนใต้ ปี พ.ศ.2557-2558 ซึ่งเป็นความเท็จ ไปเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในเว๊ปไซด์ http://voicefromthais.wordpress.com และจัดพิมพ์แจกจ่ายให้คนทั่วไปทราบ”
วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็นวันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมานสากล ทั้งนี้เพราะการทรมานเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเป็นอาชญกรรมสากลที่ร้ายแรง โดยตามกฎหมายระหว่างประเทศและรัฐธรรมนูญหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย การทรมานเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาดไม่ว่าในสถานการณ์หรือด้วยเหตุผลใด ๆ แต่การทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรียังคงเกิดขึ้นเป็นประจำในหลายประเทศ ดังนั้น การกำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมาน นอกจากเป็นการรณรงค์เพื่อกระตุ้นเตือนให้ทุกคนร่วมกันยุติการทรมานฯ ให้หมดสิ้นไปแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการช่วยเหลือผู้เสียหายให้รอดพ้นจากการทรมานและฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ รวมทั้งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาคืนมาด้วย
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอสนับสนุนรัฐบาล ในการกำหนดนโยบายในการต่อต้านและป้องกันการทรมานฯ เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ค.ศ.1984 ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีโดยมีผลบังคับต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 และที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบใน ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ...ซึ่งจะเป็นการกำหนดให้เกิดมาตรการทางกฎหมายอาญาที่เหมาะสมในการลงโทษผู้กระทำผิด และมาตรการป้องกันการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงต่างประเทศร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งตำรวจและทหารก็ได้จัดให้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี เพื่อให้ตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจสิทธิมนุษยชน รวมทั้งความพยายามทั้งปวงในการระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตามจากการติดตามสถานการณ์และการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ของผู้เสียหายจากการทรมาน มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและองค์กรเครือข่าย พบว่าในทางปฏิบัติ ยังคงมีปัญหาและการร้องเรียนเรื่องการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรีอยู่เป็นจำนวนมาก จนนำมาซึ่งการนำเสนอรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2557-2558 ต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง องค์การที่เกี่ยวข้องและสาธารณะชน
นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า "การต่อต้านการทรมานเป็นหลักกฎหมายสากลและเป็นหลักการทางสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเห็นด้วยและเข้าเป็นรัฐภาคี หน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนบทบาทนักสิทธิมนุษยชนในการต่อต้านการทรมาน ประเทศไทยควรเร่งรัดในการออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ซึ่งผ่านการเห็นชอบคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้ออกเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้โดยเร็ว และกำชับหน่วยงานทั้งเจ้าหน้าที่ในกำกับให้เอาจริงเอาจังในการต่อต้านการทรมาน"
“หากมีการนำคดีที่กล่าวหาเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิและเครือข่ายในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์เข้าสู่การพิจารณาคดีของศาล มูลนิธิผสานวัฒนธรรมก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาทั้งสามและยืนยันความตั้งใจในการทำงานในการปกป้องสิทธิมนุษยชนและเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป” นายสุรพงษ์ กองจันทึก กล่าวเสริม
ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิฯ 081-6424006
31 Jul 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม