1256 24 Mar 2016
ตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมาภาครัฐมักมีการฉวยโอกาสอ้างสถานการณ์น้ำท่วมน้ำแล้งในการ ผลักดันโครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ซึ่งไม่ได้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาอย่างถูก วิธีและยั่งยืน เนื่องจากขาดการมีส่วนร่วมและไม่ตรงกับความเป็นจริงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ของพื้นที่นั้นๆ ผลก็คือก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ระบบนิเวศลุ่มน้ำถูกทำลาย ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งรุนแรงและขยายตัวมากขึ้น สร้างความขัดแย้ง เกิดการคอร์รัปชั่น และสูญเสียงบประมาณอันเป็นภาษีของประชาชนโดยเปล่าประโยชน์
ในกรณีคำสั่งคสช. 9/2559 เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำภาคเหนือ(คปน.) เห็นว่าเป็นการรวบลัดขั้นตอนการดำเนินโครงการและกิจการขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ 1) มีการผลักดันและเร่งรัดปัดฝุ่นเอาโครงการสร้างเขื่อนและผันน้ำเก่าที่เคยมีปัญหาและไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมาดำเนินงาน 2) สร้างความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งระหว่างประชาชนกันเองซึ่งสวนทางกับการปรองดอง 3) เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน 4) สร้างความไม่ไว้วางใจต่อหน่วยงานรัฐเพราะแม้แต่หน่วยงานรัฐเองก็ตอบไม่ได้ว่าโครงการจัดการน้ำทั้ง 8 โครงการนั้นคืออะไรบ้าง 5) การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)ขาดคุณภาพมากขึ้น 6) ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มาตรา 4 ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและชุมชน 7) เกิดความเสี่ยงต่อการคุกคามชุมชนและผู้นำชุมชนมากขึ้น
เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวข้างต้น เกิดการจัดการน้ำอย่างเป็นธรรม และคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริง เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำภาคเหนือ(คปน.) อันประกอบด้วย 1) คณะกรรมการคัดค้านเขื่อนแก่งเสือเต้น ยมบน-ยมล่าง จ.แพร่ 2) เครือข่ายชุมชนรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่แจ่มตอนบน จ.เชียงใหม่ 3) เครือข่ายคัดค้านเขื่อนแม่ขาน จ.เชียงใหม่ 4) เครือข่ายคัดค้านเขื่อนห้วยตั้ง จ.ลำพูน 5) เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู จ.พิษณุโลก 6) เครือข่ายคัดค้านโครงการเขื่อนโป่งอาง จ.เชียงใหม่ 7) เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบโครงการผันน้ำป๋าม จ.เชียงใหม่ จึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้
31 Jul 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม