1107 13 Oct 2015
วันยุติโทษประหารชีวิตสากลปี 2558
ประเทศที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
และกำหนดโทษประหารชีวิตกับความผิดในคดียาเสพติดมีจำนวนมากจนน่าตกใจ
เนื่องด้วยในวันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันยุติโทษประหารชีวิตสากล (World Day against the Death Penalty) ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความเข้าใจเรื่องโทษประหารชีวิตซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ได้แก่ สิทธิในการมีชีวิต ทั้งยังเป็นการทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า โทษประหารชีวิตยังคงถูกใช้เป็นเครื่องมือในปฏิบัติการที่เรียกว่า “สงครามปราบปรามยาเสพติด” โดยมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่กำหนดโทษประหารชีวิตกับความผิดในคดียาเสพติดเป็นจำนวนมากจนน่าตกใจ นับเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างน้อย 11 ประเทศทั่วโลก ทั้งจีน อินโดนีเซีย อิหร่าน มาเลเซีย และซาอุดิอาระเบีย ได้กำหนดโทษประหารชีวิตหรือได้ประหารชีวิตบุคคลในคดียาเสพติดในช่วงสองปีที่ผ่านมา และอีกหลายสิบประเทศยังคงกำหนดโทษประหารชีวิตสำหรับคดียาเสพติด
เชียร่า แซนจอร์จิโอ (Chiara Sangiorgio) ผู้เชี่ยวชาญด้านโทษประหารชีวิตชีวิต แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่ประเทศต่าง ๆ จำนวนมากยังคงยึดมั่นกับแนวคิดที่บกพร่องที่มองว่าการสังหารบุคคลอื่นจะช่วยยุติปัญหาการเสพยาหรือลดอาชญากรรมได้ โทษประหารชีวิตไม่ได้ช่วยต่อกรปัญหาอาชญากรรม หรือช่วยให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือเข้าถึงบริการรักษาการเสพยาได้
กฎหมายระหว่างประเทศกำหนดให้ใช้โทษประหารชีวิตเฉพาะกับ “อาชญากรรมร้ายแรงสุด” เท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปมักหมายถึงการสังหารบุคคลโดยเจตนา ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงความผิดด้านยาเสพติด กฎหมายระหว่างประเทศยังกำหนดเป้าหมายให้รัฐต่าง ๆ มุ่งหน้าสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต
ถึงอย่างนั้น รัฐจำนวนมากยังคงสนับสนุนให้ใช้โทษประหารชีวิต เพื่อต่อกรปัญหาการค้ายาเสพติด หรือปัญหาการเสพยา โดยไม่คำนึงถึงหลักฐานว่าการแก้ปัญหาบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและหลักสาธารณสุข ทั้งมาตรการป้องกันการใช้สารเสพติดและการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เป็นแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพในการยุติการเสียชิวิตเนื่องจากยาเสพติด และช่วยป้องกันการแพร่เชื้อของโรคติดต่อ แม้กับกรณีอาชญากรรมที่รุนแรง ก็แทบไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่สนับสนุนว่าการประหารชีวิตจะส่งผลในเชิงป้องปรามได้ดีกว่าการลงโทษรูปแบบอื่น ๆ
ตัวอย่างเช่นในอินโดนีเซีย รัฐบาลของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (Joko Widodo) ประกาศเดินหน้าใช้โทษประหารชีวิตเพื่อต่อสู้กับ “ภัยฉุกเฉินแห่งชาติเนื่องจากยาเสพติด" โดยในปี 2558 มีการตัดสินประหารชีวิตบุคคล 14 คนในคดียาเสพติด และรัฐบาลประกาศจะไม่ให้อภัยโทษต่อผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดียาเสพติดในทุกกรณี
“ความกังวลเนื่องจากการใช้โทษประหารชีวิตกับคดียาเสพติดไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว กรณีของ Shahrul Izani Suparman ซึ่งมีอายุเพียง 19 ปีและพบว่ามีกัญชาไว้ในครอบครองมากกว่า 200 กรัม เป็นเหตุให้ศาลมองว่าเขากระทำผิดฐานค้ายาเสพติดโดยอัตโนมัติ และเป็นเหตุให้ต้องกำหนดบทลงโทษประหารชีวิตชีวิตตามข้อบทในกฎหมายของมาเลเซีย” เชียร่ากล่าว
ในหลายประเทศที่กำหนดโทษประหารชีวิตกับความผิดด้านยาเสพติด ปัญหาความอยุติธรรมยังเลวร้ายมากขึ้นไปอีก อันเป็นผลจากการสั่งลงโทษประหารชีวิตภายหลังการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจน จำเลยในคดีเหล่านี้มักไม่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงทนายความ หรือถูกบังคับให้ “รับสารภาพ” ทั้งจากการทรมานหรือการปฏิบัติที่โหดร้าย และมีการนำคำรับสารภาพจากการทรมานมาใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย อิหร่าน หรือซาอุดิอาระเบีย
ในเดือนเมษายน 2559 สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานลงมติขององค์การสหประชาชาติ จะประชุมสมัยวิสามัญว่าด้วยยาเสพติด เพื่อพิจารณาลำดับความสำคัญของมาตรการควบคุมปัญหายาเสพติด รวมทั้งการใช้โทษประหารชีวิตกับความผิดด้านยาเสพติด ครั้งสุดท้ายที่มีการประชุมวิสามัญในประเด็นนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2541
“การประชุมวิสามัญของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในปีหน้า นับเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐต่าง ๆ ต้องประกันให้นโยบายด้านยาเสพติดทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รัฐจะต้องยุติการใช้โทษประหารชีวิตกับความผิดด้านยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง อันถือเป็นการดำเนินงานขั้นแรกเพื่อปูทางไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตในที่สุด” เชียร่ากล่าว
ตัวอย่างการใช้โทษประหารชีวิตในประเทศต่างๆ
31 Jul 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
04 Jun 2025
ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม