ชาวปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน ยื่นข้อเรียกร้องขอยุติการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิการแสดงความคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

Back

34

11 September 2026

ชาวปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน ยื่นข้อเรียกร้องขอยุติการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิการแสดงความคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

ชาวปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน ยื่นข้อเรียกร้องขอยุติการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิการแสดงความคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

 

          ปราจีนบุรี, 10 กันยายน 2569 - ประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน รวมตัวกันที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเรียกร้องให้ยุติกระบวนการสอบสวนทางวินัย กำนันประภาส รักศรี กำนันตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี กรณีเข้าร่วมการชุมนุมและขึ้นปราศรัยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมและปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

          การรวมตัวครั้งนี้จัดขึ้นโดย เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรง และ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง นำโดยนายสุนทร คมคาย และนางพิสมัย พันชาติ โดยผู้เข้าร่วมได้แสดงจุดยืนเรียกร้องความเป็นธรรมแก่กำนันประภาส พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมต่อประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่

          กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการชุมนุมของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ระหว่างวันที่ 17 - 23 สิงหาคม 2569 บริเวณศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้ยุติการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี

          ในการชุมนุมมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผลกระทบต่อวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

          กำนันประภาส ซึ่งเข้าร่วมการชุมนุมในฐานะประชาชนจังหวัดปราจีนบุรี ได้ขึ้นปราศรัยสะท้อนความคิดเห็นและข้อกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหามลพิษและผลกระทบจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี และจังหวัดปราจีนบุรี

          ต่อมาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกำนันประภาส หลังจังหวัดระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ออกนามเกี่ยวกับพฤติกรรมในการเข้าร่วมการชุมนุม

          กำนันประภาสได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569

 

          เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรงและเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งระบุว่า มีความกังวลต่อกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการทางวินัย โดยเห็นว่าการดำเนินการเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นหลังการชุมนุม และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นธรรมของกระบวนการดังกล่าว

          เครือข่ายยังยืนยันว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการรวมตัวเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะ และระบุว่าได้ดำเนินการแจ้งการชุมนุมตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

          สำหรับกรณีของกำนันประภาส เครือข่ายเห็นว่าการเข้าร่วมชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมควรได้รับการคุ้มครองในฐานะสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน ในฐานะผู้นำชุมชน กำนันและผู้ใหญ่บ้านย่อมมีบทบาทในการรับฟังปัญหาและข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่

          เครือข่ายยังระบุว่า เนื้อหาการปราศรัยของกำนันประภาสมุ่งสะท้อนสถานการณ์และผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาเชิงระบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มากกว่าการมุ่งกล่าวถึงบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

 

          จากกรณีดังกล่าว เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรงและเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย รวม 2 ประเด็น ได้แก่

  1. ขอให้ยุติกระบวนการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส รักศรี จากกรณีการเข้าร่วมการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะ พร้อมขอให้แจ้งผลการดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ขอให้รับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ผู้นำชุมชน และข้าราชการ ในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นด้านที่ดิน สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาอุตสาหกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

          เครือข่ายระบุว่า การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ต้องการให้กระบวนการของรัฐดำเนินไปบนหลักนิติรัฐ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

          ทั้งนี้ เครือข่ายระบุว่า หากยังไม่มีการยุติกระบวนการสอบสวน หรือไม่มีการชี้แจงและรับรองความเป็นธรรมแก่กำนันประภาส จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและแนวทางสันติวิธี

          ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงข้อถกเถียงสำคัญระหว่าง การพัฒนาอุตสาหกรรมกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดอนาคตของพื้นที่ ซึ่งยังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายในจังหวัดปราจีนบุรีให้ความสนใจและติดตามต่อไป

 

เรื่องและภาพจาก เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง