หลายองค์กรภาคประชาสังคมออกแถลงการณ์ประณามเหตุปะทะหน้าสถานกงสุลจีน จ.เชียงใหม่ พร้อมนัดยื่นหนังสือที่สถานเอกอัครราชทูตจีน 8 ก.ค. นี้
Back30
7 July 2026
หลายองค์กรภาคประชาสังคมออกแถลงการณ์ประณามเหตุปะทะหน้าสถานกงสุลจีน จ.เชียงใหม่ พร้อมนัดยื่นหนังสือที่สถานเอกอัครราชทูตจีน 8 ก.ค. นี้
ภายหลังเหตุการณ์ที่เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก และโขง เดินทางไปยื่นหนังสือถึงสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของปัญหาสารพิษปนเปื้อนในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง ได้เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว องค์กรภาคประชาสังคมหลายแห่ง อาทิ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคเหนือ, กป.อพช., สมัชชาคนจน เครือข่ายชาวเลอันดามัน มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) และองค์กรอื่นๆ ได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนร่วมกัน โดยประณามการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ หลายองค์กรยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง รวมทั้งให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานของกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
กป.อพช.ภาคเหนือยืนยันว่า การชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสันติ
ทั้งนี้ กป.อพช.ภาคเหนือ และ กป.อพช. ได้ประกาศว่าจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. เพื่อขอให้รัฐบาลจีนตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการดำเนินกิจการเหมืองแร่ของกลุ่มทุนจีนในประเทศเมียนมา และร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม
กป.อพช.ภาคเหนือ ยังได้เชิญชวนประชาชน ผู้สนใจด้านสิ่งแวดล้อม และผู้ที่ติดตามประเด็นผลกระทบจากมลพิษข้ามพรมแดน เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมแสดงเจตนารมณ์โดยสันติ ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ในวันและเวลาดังกล่าว