เครือข่ายประชาชน 14 องค์กร แถลง “พลังงานสะอาดของใคร?” เรียกร้องรัฐยุตินโยบายเอื้อทุนผูกขาด หนุนประชาธิปไตยพลังงานและสิทธิชุมชน
Back32
15 May 2026
เครือข่ายประชาชน 14 องค์กร แถลง “พลังงานสะอาดของใคร?” เรียกร้องรัฐยุตินโยบายเอื้อทุนผูกขาด หนุนประชาธิปไตยพลังงานและสิทธิชุมชน
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมพิมานการ์เด้น บูติค โฮเต็ล จังหวัดขอนแก่น เครือข่ายประชาชน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และชุมชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา รวม 14 องค์กรเครือข่าย ร่วมจัดแถลงข่าวสาธารณะภายใต้หัวข้อ “พลังงานสะอาดของใคร?” ข้อเสนอจากเครือข่ายประชาชนถึงรัฐบาลสู่ประชาธิปไตยพลังงาน สิทธิชุมชน และความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ เพื่อสะท้อนผลกระทบจากนโยบายพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล เพื่อผลักดัน “ประชาธิปไตยพลังงาน สิทธิชุมชน และความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ”
เครือข่ายระบุว่า แม้นโยบาย “พลังงานสะอาด” และ “เศรษฐกิจสีเขียว” จะถูกนำเสนอในฐานะทางออกของวิกฤตโลกร้อน แต่ในทางปฏิบัติกลับส่งผลให้เกิดการแย่งยึดทรัพยากร การทำลายระบบนิเวศ และการละเมิดสิทธิชุมชนในหลายพื้นที่ ทั้งจากโครงการเหมืองแร่ โรงไฟฟ้า กังหันลม คาร์บอนเครดิต Data Center และนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ตัวแทนชุมชนจากหลายภูมิภาคสะท้อนว่า ประชาชนกำลังสูญเสียที่ดินทำกิน แหล่งน้ำ ระบบอาหาร และวิถีชีวิต ขณะที่ผลกระทบด้านสุขภาพ มลพิษ และภาระหนี้สินกลับตกอยู่กับชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางที่ต้องแบกรับภาระการดูแลครอบครัวและชุมชนท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อม
ในการแถลงข่าว เครือข่ายได้ยื่นข้อเรียกร้องร่วม 8 ข้อต่อรัฐบาลไทย ดังนี้
-
จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน ผ่านกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อรับรองเสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่ม และการเคลื่อนไหวทางสังคมโดยสันติ รวมถึงรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิในที่ดิน และสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย และสมดุลทางนิเวศ
-
ยกเลิกนโยบาย กฎหมาย และโครงสร้างที่เอื้อทุนผูกขาด รวมถึงยกเลิกแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่แห่งชาติ ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ปฏิรูปกฎหมายพลังงาน และกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม
-
ปฏิรูปกฎหมายที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ คืนสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรแก่ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม และรับรองหลัก FPIC หรือ “การให้ฉันทานุมัติโดยเป็นอิสระ ได้รับการบอกแจ้งล่วงหน้า และได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน” ในทุกโครงการพัฒนา
-
ยุติโครงการพัฒนาที่ละเมิดสิทธิชุมชน หยุดเหมืองแร่ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หยุดกังหันลมที่แย่งยึดที่ดิน หยุด Data Center ที่ใช้พลังงานมหาศาล รวมถึงหยุดการสร้างเขื่อน โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรมที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน
-
กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และยุติการใช้กฎหมายพิเศษที่ใช้ควบคุมและปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
-
รับรองสิทธิด้านสวัสดิการ สุขภาพ การศึกษา และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ ปรับโครงสร้างค่าไฟ กำหนดราคาน้ำมันอย่างเป็นธรรม และคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบด้านสุขภาพจากมลพิษและโครงการพัฒนา
-
ยุติการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน หยุดการฟ้องคดียุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะ (SLAPP) และจัดตั้งกลไกอิสระในการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนา
-
ตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลบริษัทข้ามชาติ ทุนต่างชาติ และผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงการพลังงาน เหมืองแร่ คาร์บอนเครดิต และโครงการพัฒนาอื่น ๆ อย่างโปร่งใส พร้อมกำหนดกลไกทางกฎหมายให้ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสิทธิมนุษยชน ตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle)
เครือข่ายย้ำว่า บริษัทใดที่ละเมิดสิทธิชุมชน ปกปิดข้อมูล ใช้ความรุนแรง ฟ้องปิดปากประชาชน หรือทำลายสิ่งแวดล้อม ต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาต ระงับโครงการ และถูกดำเนินคดีทั้งในประเทศไทยและระดับระหว่างประเทศ โดยไม่สามารถใช้ชื่อของ “เศรษฐกิจสีเขียว” มาเป็นเกราะคุ้มกันความรับผิดได้
ความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศที่แท้จริง ต้องเริ่มจากการยอมรับว่า คนที่สร้างวิกฤตน้อยที่สุด ต้องไม่ถูกบังคับให้จ่ายราคามากที่สุด และคนที่รักษาป่า รักษาน้ำ รักษาดิน รักษาระบบอาหาร และประคองชีวิตผู้คนมาตลอด ต้องไม่ถูกทำให้กลายเป็นผู้บุกรุก ผู้ร้าย หรืออุปสรรคของการพัฒนา เพื่อเปิดทางให้ทุนผูกขาดสร้างกำไรภายใต้ชื่อของ “เศรษฐกิจสีเขียว” อนาคตที่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากประชาชนยังไม่มีสิทธิในการกำหนดว่า ที่ดิน น้ำ ป่า แร่ พลังงาน และทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตจะถูกใช้ไปเพื่อใคร
การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของเครือข่ายประชาชน 14 องค์กร จากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่
1. กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
2. กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหาร
3. กลุ่มอนุรักษ์ป่าภูยูง จังหวัดมุกดาหาร
4. กลุ่มเฝ้าระวังอมก๋อย กรณีเหมืองแร่ถ่านหิน จังหวัดเชียงใหม่
5. กลุ่มคนดอยเต่าไม่เอาเหมืองแร่แบร์ไรต์ จังหวัดเชียงใหม่
6. เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา กรณีเหมืองแร่ฟลูออไรต์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
7. เครือข่ายแม่เลียงไม่เอาเหมืองแร่ กรณีเหมืองแร่พลวง จังหวัดลำปาง
8. เครือข่ายผู้หญิงลุ่มน้ำกก ตอนบน กรณีแม่น้ำกก ท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่
9. เครือข่ายพิทักษ์เขาเตราะปลิง กรณีเหมืองหิน จังหวัดปัตตานี
10. เครือข่ายพิทักษ์เขาลาเมาะ กรณีเหมืองหินแกรนิต จังหวัดนราธิวาส
11. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
12. ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น
13. โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่
14. โพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย