เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา พร้อมชาวบ้านกว่า 400 คน ยืนหยัด "มีชุมชน ไม่มีเหมือง" ครบรอบ 4 ปี คัดค้านเหมืองแร่ฟลูออไรต์ แม่ฮ่องสอน

Back

34

27 April 2026

เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา พร้อมชาวบ้านกว่า 400 คน ยืนหยัด "มีชุมชน ไม่มีเหมือง" ครบรอบ 4 ปี คัดค้านเหมืองแร่ฟลูออไรต์ แม่ฮ่องสอน

เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา พร้อมชาวบ้านกว่า 400 คน ยืนหยัด "มีชุมชน ไม่มีเหมือง" ครบรอบ 4 ปี คัดค้านเหมืองแร่ฟลูออไรต์ แม่ฮ่องสอน

 

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา ร่วมกับ EarthRights International, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (CPCR) จัดกิจกรรม "มีชุมชน ไม่มีเหมือง: 4 ปีคนลุ่มน้ำลาไม่เอาเหมืองแร่" ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีประชาชนจาก 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนห้วยมะกอก ชุมชนหัวลา ชุมชนสันติสุข สันติพัฒนา ชุมชนแม่ลาหลวง ชุมชนทุ่งป่าคา ชุมชนห้วยไก่ป่า และตัวแทนชนเผ่าพื้นเมืองจาก 3 ชุมชน เข้าร่วมเดินขบวนกว่า 400 คน เพื่อยืนยันจุดยืนคัดค้านโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ของบริษัทเอกชนในพื้นที่ต้นน้ำลำน้ำลา

 

เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2565 โดยการรวมตัวของประชาชนจาก 6 หมู่บ้านในตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ ชุมชนห้วยมะกอก หัวลา สันติสุข สันติพัฒนา แม่ลาหลวง ทุ่งป่าคา และห้วยไก่ป่า ชุมชนเหล่านี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและพึ่งพาทรัพยากรดิน น้ำ และป่า ที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ

 

ภายในกิจกรรม มีการอ่านแถลงการณ์และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน พร้อมเดินขบวนเปล่งเสียง "มีชุมชน ไม่มีเหมือง" ทั่วพื้นที่

 

วิไลพร ขยันกิจเพิ่มพูน เยาวชนจากเครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลา กล่าวว่า สำหรับคนในลุ่มแม่น้ำลา "สายน้ำเปรียบเสมือนสายเลือด ผืนดินคือร่างกาย และป่าไม้คือลมหายใจ" หากมีการเข้ามาดำเนินโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชน

 

ศักดิ์ดา ขยันกิจเพิ่มพูน ผู้ใหญ่บ้านห้วยมะกอก กล่าวว่า "ความสามัคคีคือพลังของพวกเรา เหมืองแร่ฟลูออไรต์จะสร้างปัญหาให้กับพวกเรามากมาย อยากให้ช่วยกันต่อสู้ให้มันจบที่รุ่นเรา ไม่ใช่รุ่นลูก ๆ ของเรา"

 

พื้นที่ขอประทานบัตรเหมืองแร่ฟลูออไรต์มีขนาด 123 ไร่ 3 งาน ตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ำลำน้ำลา หากมีการดำเนินโครงการ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างน้อย 10 ชุมชน ใน 5 ตำบล ได้แก่ สันติคีรี แม่ลาหลวง แม่โถ แม่นาจาง และขุนแม่ลาน้อย ทั้งในด้านทรัพยากรน้ำ สุขภาพ และความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารเคมีในแหล่งน้ำ

 

ข้อพิพาทเรื่องเหมืองแร่ในพื้นที่นี้มีมาตั้งแต่ปี 2513 โดยมีการยื่นขอประทานบัตรครั้งแรกในปี 2530 และมีการยื่นขอสัมปทานใหม่อีกครั้งในปี 2562 ก่อนที่บริษัทเอกชนจะว่าจ้างทำรายงาน EIA ในปี 2565 โดยไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม

 

เครือข่ายรักษ์ลุ่มแม่น้ำลาและภาคีเครือข่ายได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติโครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์ และคุ้มครองสิทธิของชุมชนตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

 


ข้อมูลและภาพจาก: เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำลา