ชาวบ้านด่านขุนทด ร้อง อบต.หนองไทร สอบปมถมบ่อน้ำสาธารณะ 4 แห่ง หวั่นเอื้อปิดผลกระทบเหมืองโปแตช
Back33
27 April 2026
ชาวบ้านด่านขุนทด ร้อง อบต.หนองไทร สอบปมถมบ่อน้ำสาธารณะ 4 แห่ง หวั่นเอื้อปิดผลกระทบเหมืองโปแตช
23 เมษายน 2569 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด เดินหน้ายื่นหนังสือต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไทร หลังพบมีการถมบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ของชุมชน 4 แห่ง ใน ต.หนองไทร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการปกปิดผลกระทบจากโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่
กลุ่มฯ ระบุว่า บ่อน้ำสาธารณะรอบโครงการเหมืองทั้ง 4 แห่งมีค่าความเค็มเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะ "บ่อหนองมะค่า" ที่กำลังถูกดำเนินการถมเป็นแห่งแรก มีค่าความเค็มสูงกว่าน้ำทะเลถึง 4 เท่า และมองว่าการถมบ่อในครั้งนี้เป็นการฉวยโอกาสใช้โครงการของกรมชลประทาน เพื่อปิดร่องรอยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมือง
เวลา 14.00 น. นายก อบต.หนองไทร ได้เปิดประชุมร่วมกับตัวแทนกรมชลประทาน สมาชิก อบต. และผู้นำชุมชน โดยชี้แจงว่า การถมดินในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขุดลอกคลองที่บ้านหนองสะแก ซึ่งไม่มีพื้นที่รองรับดินที่ขุด จึงนำมาถมบ่อน้ำ 4 แห่ง และยืนยันว่าได้จัดทำประชาคมถูกต้องตามกฎหมายแล้ว พร้อมอ้างว่าบ่อน้ำดังกล่าวไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้ว หากถมแล้วอาจเป็นพื้นที่ป่าให้ชุมชนใช้ประโยชน์ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มฯ ที่อยู่ในพื้นที่ยืนยันว่าไม่เคยรับรู้การจัดประชาคมดังกล่าว และเรียกร้องให้แสดงหลักฐาน ได้แก่ ลายมือชื่อและภาพถ่าย เพื่อยืนยันว่ามีการทำประชาคมจริง
ชาวบ้านหนองไทรและบ้านไทรงามยืนกรานว่า แหล่งน้ำสาธารณะทั้ง 4 แห่งคือทรัพยากรที่ชุมชนใช้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่การนำดินมาถมทับน้ำเกลือ แต่คือการฟื้นฟูแหล่งน้ำให้กลับมาใช้ได้ดังเดิม และมองว่าหากไม่มีการทำเหมืองโปแตช แหล่งน้ำเหล่านี้คงไม่ถูกทำลาย
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ เน้นย้ำว่า พื้นที่บ่อน้ำทั้ง 4 แห่ง มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ทุกแห่ง ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย การเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จึงต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่การทำประชาคม แต่ต้องมีมติ อบต. และได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาด้วย
กลุ่มฯ จึงเรียกร้องให้ อบต.หนองไทร ระงับการดำเนินการไว้ก่อน และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ พร้อมทำหน้าที่ดูแลและปกป้องที่ดินสาธารณประโยชน์อันเป็นสมบัติของชุมชนและลูกหลานต่อไป
ข้อมูลและภาพจาก: กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด Facebook เหมืองแร่โปแตชแอ่งโคราช