มพน. ออกแถลงการณ์ประณาม ปชส.ลำปาง หลังนำเสนอข่าวชุมชนบ้านแม่หมีบิดเบือน - ละเมิด PDPA เผยชื่อชาวบ้านโดยไม่ได้รับความยินยอม

Back

323

23 March 2026

มพน. ออกแถลงการณ์ประณาม ปชส.ลำปาง หลังนำเสนอข่าวชุมชนบ้านแม่หมีบิดเบือน - ละเมิด PDPA เผยชื่อชาวบ้านโดยไม่ได้รับความยินยอม

มพน. ออกแถลงการณ์ประณาม ปชส.ลำปาง หลังนำเสนอข่าวชุมชนบ้านแม่หมีบิดเบือน - ละเมิด PDPA เผยชื่อชาวบ้านโดยไม่ได้รับความยินยอม

 

มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 แสดงจุดยืนคัดค้านการนำเสนอข่าวของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับชุมชนบ้านแม่หมี ตำบลหัวเมือง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นชุมชนสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยระบุว่าการรายงานข่าวดังกล่าวมีเนื้อหาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และมีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนในพื้นที่อย่างร้ายแรง

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์มีที่มาจากการที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนออกประกาศงดการเข้าพื้นที่ป่าก่อนได้รับอนุญาตในช่วงวันที่ 11 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่ชุมชนบ้านแม่หมีใช้ประโยชน์อยู่เป็นประจำ

ชุมชนบ้านแม่หมียืนยันว่าตนไม่ได้คัดค้านการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวโดยสิ้นเชิง แต่ต้องการให้มีการแยกแยะกรณี ในการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ หมายความว่าควรพิจารณาเป็นรายกรณีตามวัตถุประสงค์และบริบทของการเข้าพื้นที่ มิใช่การห้ามอย่างเหมารวมโดยไม่คำนึงถึงสิทธิและวิถีชีวิตของชุมชนที่มีการพึ่งพาทรัพยากรในพื้นที่มาช้านาน

อย่างไรก็ตาม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปางกลับนำเสนอข่าวในลักษณะที่ไม่ครอบคลุมเนื้อหาในส่วนนี้ ทำให้ประชาชนทั่วไปที่รับข่าวสารเกิดความเข้าใจผิดต่อจุดยืนและข้อเรียกร้องที่แท้จริงของชุมชน

 

ประเด็นที่ 1 การรายงานข่าวที่ไม่ครบถ้วนและการสร้างภาพลบต่อชุมชน

มพน. ระบุในแถลงการณ์ว่า การนำเสนอข้อมูลของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปางสร้างทัศนคติเชิงลบต่อชุมชนบ้านแม่หมีในสายตาของสังคม ทั้งที่ชุมชนแห่งนี้อยู่ในกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินและทรัพยากรกับหน่วยงานรัฐมาอย่างต่อเนื่อง

การรายงานข่าวที่เลือกนำเสนอเพียงบางส่วนของข้อเท็จจริง โดยไม่สะท้อนมุมมองและเจตนารมณ์ที่แท้จริงของชุมชน ถือเป็นการละเมิดหลักจริยธรรมการสื่อสารมวลชนขั้นพื้นฐาน มพน. เน้นย้ำว่าหน่วยงานรัฐมีหน้าที่ต้องนำเสนอความจริงรอบด้าน ไม่ใช่เพียงชุดข้อมูลที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของหน่วยงานตนเองในขณะที่ทำลายศักดิ์ศรีของประชาชน

 

ประเด็นที่ 2 การละเมิด PDPA เปิดเผยชื่อ - ภาพชาวบ้านโดยไม่ได้รับความยินยอม

นอกเหนือจากประเด็นความถูกต้องของเนื้อหา สิ่งที่ มพน. ระบุว่าร้ายแรงไม่แพ้กันคือการที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปางนำรูปภาพใบหน้าของสมาชิกในชุมชน รวมถึงชื่อและนามสกุลของบุคคล เผยแพร่ต่อสาธารณะโดยปราศจากการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างชัดเจน

มพน. ชี้ให้เห็นว่าในบริบทของชุมชนที่กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิพาทด้านที่ดินและทรัพยากรกับหน่วยงานรัฐ การเปิดเผยตัวตนของบุคคลในลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงการละเมิดกฎหมาย แต่ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิต ความเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม และความเสี่ยงต่อการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่เป็นภัยต่อชาวบ้าน

แม้ว่าสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปางจะดำเนินการลบรูปภาพดังกล่าวออกในภายหลัง แต่ มพน. ระบุว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา เนื่องจากสำนักข่าวอื่น ๆ ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลของชาวบ้านไปขยายผลต่อในวงกว้างไปแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจเผยแพร่ข้อมูลตั้งแต่ต้นขาดการพิจารณาถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบคอบ

 

มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือได้ยื่นข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ 3 ข้อไปยังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง ดังนี้

1. เรียกร้องให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปางออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการต่อชุมชนบ้านแม่หมีและผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ผ่านช่องทางสื่อเดิมที่ใช้เผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน พร้อมทั้งยอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อความเข้าใจของสังคมและต่อความมั่นคงในชีวิตของคนในชุมชน

2. เรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลโดยทันที ทั้งการลบรูปภาพและข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้าข่ายละเมิด PDPA รวมถึงการแก้ไขเนื้อหาข่าวให้ถูกต้องและสะท้อนสิ่งที่ชุมชนต้องการสื่อสารอย่างครบถ้วน

3. เรียกร้องไปยังกรมประชาสัมพันธ์ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด ให้มีมาตรการตรวจสอบจริยธรรมภายในอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้สื่อของรัฐถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการด้อยค่าประชาชนหรือละเมิดกฎหมายในลักษณะนี้อีกในอนาคต

 

ชุมชนบ้านแม่หมีเป็นสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายที่ขับเคลื่อนสิทธิชุมชนด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในภาคเหนือของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่ากับหน่วยงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติยังคงเป็นประเด็นที่ต้องการการแก้ไขอย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย

การที่หน่วยงานรัฐนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนดังกล่าวอย่างไม่ครบถ้วน จึงไม่ใช่เพียงปัญหาในระดับข่าวชิ้นเดียว แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐและชุมชนในพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาท และตอกย้ำความจำเป็นที่การสื่อสารของภาครัฐต้องตั้งอยู่บนหลักของความเป็นกลาง ความโปร่งใส และการเคารพสิทธิมนุษยชน

 

มพน. ยืนยันติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการทางกฎหมายหากไม่มีการแก้ไข

มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือระบุในตอนท้ายของแถลงการณ์ว่าจะติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การสนับสนุนชุมชนบ้านแม่หมีและสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือในการยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงการปกป้องสิทธิตามกฎหมายหากไม่มีการดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

มพน. ทิ้งท้ายด้วยหลักการที่ว่า "การสื่อสารของรัฐต้องตั้งอยู่บนฐานของข้อเท็จจริงและความเคารพในสิทธิมนุษยชน" ซึ่งถือเป็นหลักการพื้นฐานที่หน่วยงานรัฐทุกระดับควรยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่

 

ที่มา: แถลงการณ์มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) วันที่ 22 มีนาคม 2569