เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมออกแถลงการณ์ ประณามความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ย้ำสังคมไทยต้องยืนอยู่บนความยุติธรรมและการเคารพความหลากหลาย

Back

384

16 March 2026

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมออกแถลงการณ์ ประณามความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ย้ำสังคมไทยต้องยืนอยู่บนความยุติธรรมและการเคารพความหลากหลาย

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมออกแถลงการณ์ ประณามความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ย้ำสังคมไทยต้องยืนอยู่บนความยุติธรรมและการเคารพความหลากหลาย

 

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเครือข่ายชุมชนกะเหรี่ยงใน 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย นำโดย ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ในฐานะประธานเครือข่ายฯ ได้ออกแถลงการณ์สาธารณะต่อเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง โดยเครือข่ายฯ ระบุอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงความขัดแย้งระหว่างปัจเจกบุคคล แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและคำถามสำคัญต่อสังคมไทยในวงกว้าง

เหตุการณ์ที่นำไปสู่การออกแถลงการณ์ครั้งนี้ คือกรณีที่มีการทำร้ายร่างกายบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง การบังคับให้ขอโทษต่อหน้าสาธารณะ และมีการนำภาพหรือคลิปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้กระทำกล่าวอ้างว่าเป็นการ "สั่งสอน" หรือ "กู้ศักดิ์ศรีคนไทย" ซึ่งถ้อยคำเหล่านี้ได้รับการแชร์ต่อในวงกว้างและสร้างความกังวลให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์และนักสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศ

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ย้ำในแถลงการณ์ว่า องค์กรมิได้ต้องการกล่าวหาหรือเข้าข้างบุคคลใดเป็นการส่วนตัว แต่ต้องการชี้ให้สังคมเห็นว่าปรากฏการณ์นี้กำลังตั้งคำถามต่อหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยว่า "เราจะยืนอยู่บนหลักการของความยุติธรรม หรือปล่อยให้ความเกลียดชังและศาลเตี้ยกลายเป็นเครื่องมือของสังคม"

 

4 จุดยืนหลักของเครือข่ายฯ

แถลงการณ์ฉบับนี้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนใน 4 ประเด็นสำคัญ

1. กะเหรี่ยงคือส่วนหนึ่งของแผ่นดินนี้

เครือข่ายฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่ร่วมสร้างบ้านสร้างเมือง และดูแลผืนแผ่นดิน ภูเขา ป่าไม้ และสายน้ำของภูมิภาคนี้มาช้านาน ก่อนที่คำว่า "รัฐชาติ" จะถือกำเนิดขึ้น และก่อนที่จะมีการลากเส้นพรมแดนบนแผนที่ กะเหรี่ยงจึงมิใช่ "คนนอก" ของสังคมไทย แต่คือพลเมืองสยามและพลเมืองไทยโดยสมบูรณ์

แถลงการณ์อ้างถึงภูมิปัญญาของปราชญ์กะเหรี่ยงที่ว่า "ผืนดินไม่เคยถามว่าเรามาจากเผ่าไหน สายน้ำไม่เคยถามว่าเราพูดภาษาอะไร มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ตั้งกำแพงขึ้นระหว่างกัน" ซึ่งสะท้อนแก่นแท้ของการอยู่ร่วมกันในฐานะมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์

2. การทำร้ายคนต่างวัฒนธรรมไม่ใช่การปกป้องชาติ

เครือข่ายฯ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการสร้างวาทกรรมว่าการทำร้ายบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยงคือการ "ปกป้องคนไทย" หรือ "กู้ศักดิ์ศรีคนไทย" และชี้ว่าการอ้างความรักชาติเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับความรุนแรงต่อผู้ที่มีวัฒนธรรมแตกต่างออกไปนั้น เป็นแนวคิดที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสังคมพหุวัฒนธรรม

เครือข่ายฯ ยืนยันว่า "ความเป็นไทย" ไม่เคยถูกสร้างขึ้นจากความเกลียดชัง แต่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากการอยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมมาตลอดประวัติศาสตร์ และเตือนสังคมด้วยว่า "ไฟที่จุดเพื่อเผาคนอื่น สุดท้ายจะเผาบ้านของตัวเอง"

3. ศาลเตี้ยไม่ใช่ความยุติธรรม

เครือข่ายฯ ประกาศชัดเจนว่าไม่อาจยอมรับการใช้ความรุนแรง การรุมทำร้าย หรือการตั้งศาลเตี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาในสังคม ไม่ว่าผู้ถูกกระทำจะเป็นใคร และไม่ว่าข้อกล่าวหาจะเป็นอย่างไรก็ตาม

แถลงการณ์ระบุอย่างหนักแน่นว่า ในรัฐที่ยึดหลักนิติธรรม ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ตั้งตนเป็นผู้พิพากษาเหนือกฎหมาย การใช้กำลัง การใช้ความรุนแรง หรือการประจานผ่านสื่อ ล้วนไม่ใช่กระบวนการยุติธรรม พร้อมอ้างภูมิปัญญาชนเผ่าว่า "ผู้ที่ถือกำปั้นอาจคิดว่าตนมีอำนาจ แต่ผู้ที่ยึดความยุติธรรมต่างหากคือผู้ที่เข้มแข็งกว่า"

4. ศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่มีลำดับชั้น

เครือข่ายฯ ปฏิเสธการลดทอนคุณค่าของมนุษย์ผ่านการเหมารวมทางอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "คนไทย" "คนกะเหรี่ยง" หรือชาติพันธุ์ใดก็ตาม โดยยืนยันหลักการพื้นฐานว่า ศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่เคยมีลำดับชั้น และไม่อาจถูกวัดด้วยชาติกำเนิดหรืออัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์

 

ข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อหน่วยงานรัฐ

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้ยื่นข้อเรียกร้องที่เป็นรูปธรรม 3 ข้อต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

ข้อเรียกร้องที่ 1 ขอให้มีการตรวจสอบและพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและเป็นธรรม บนหลักความเสมอภาคและหลักนิติธรรม หากปรากฏว่าฝ่ายใดมีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ต้องนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเคร่งครัด โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลใดทั้งสิ้น

ข้อเรียกร้องที่ 2 ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด มิใช่ปล่อยผ่านหรือยุติเรื่องโดยไม่มีการดำเนินคดี

ข้อเรียกร้องที่ 3 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเครือข่ายชุมชนใน 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์

 

ข้อเสนอเชิงนโยบาย นำ พ.ร.บ. ชาติพันธุ์มาใช้

นอกจากข้อเรียกร้องเฉพาะกรณี เครือข่ายฯ ยังได้เสนอมิติเชิงนโยบายในระยะยาว โดยขอให้มีการนำ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการพิจารณาในกรณีนี้ โดยมองว่ากฎหมายที่เคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมคือรากฐานสำคัญของสังคมที่เป็นธรรม และเป็นหลักประกันว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต

การเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองชาติพันธุ์อย่างจริงจังนี้ สอดคล้องกับทิศทางของนานาชาติที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เครือข่ายฯ ได้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อพี่น้องชาวไทยทุกเชื้อชาติ ทุกกลุ่มอาชีพ ที่มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ และร่วมกันออกมาแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยระบุว่า "เสียงของท่านคือความหวังของสังคม"

การที่สังคมส่วนหนึ่งลุกขึ้นมาปฏิเสธความรุนแรงและวาทกรรมเกลียดชัง คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าสังคมไทยยังมีรากฐานของความเป็นธรรมและเมตตาธรรม ซึ่งเครือข่ายฯ มองว่าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

 

แถลงการณ์ฉบับนี้ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของเครือข่ายฯ ต่ออนาคตของสังคมไทยว่า

"ป่าจะอยู่ได้เพราะต้นไม้หลายชนิด สังคมที่หลากหลายทางวัฒนธรรมจะอยู่ได้เพราะมนุษย์เคารพกัน สันติภาพมิได้เกิดจากการที่ผู้หนึ่งชนะอีกผู้หนึ่ง แต่เกิดจากการที่มนุษย์ทุกคนได้รับการยอมรับในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์"

ในโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่งความหลากหลาย การทดสอบสำคัญของสังคมไทยมิใช่การทำให้ทุกคนเหมือนกัน แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความแตกต่างโดยไม่ทำร้ายกัน เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมยืนยันว่าจะติดตามกระบวนการยุติธรรมในกรณีนี้อย่างใกล้ชิด ด้วยความเชื่อมั่นในมนุษยธรรมและความหวังต่อสังคมที่ยืนอยู่บนความยุติธรรมอย่างแท้จริง

 

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มีชุมชนสมาชิกใน 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย ทำงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม สิทธิชาติพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม ติดต่อและติดตามได้ผ่านช่องทางของเครือข่ายฯ

 

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่ เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ- KNCE