อาลัย "ราษฎรอาวุโส" ศ.นพ.ประเวศ วะสี ปราชญ์ผู้สร้างคุณูปการแก่สาธารณสุขและสังคมไทย
Back374
12 January 2026
อาลัย "ราษฎรอาวุโส" ศ.นพ.ประเวศ วะสี ปราชญ์ผู้สร้างคุณูปการแก่สาธารณสุขและสังคมไทย
นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการสาธารณสุขและภาคประชาสังคมไทย ต่อการจากไปของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น "ราษฎรอาวุโส" และเป็นผู้วางรากฐานแนวคิดการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยท่านได้อุทิศตนทำงานเพื่อส่วนรวมมาตลอดชั่วชีวิต
เส้นทางเกียรติยศ จากวิชาชีพแพทย์สู่ปราชญ์ของแผ่นดิน
ศ.นพ.ประเวศ วะสี เริ่มต้นเส้นทางด้วยวิชาชีพแพทย์ โดยมีความโดดเด่นอย่างยิ่งในทางวิชาการและการวิจัย ผลงานที่สร้างชื่อเสียงในระดับสากลคือ การวิจัยด้านโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย ท่านได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการรัฐ เมื่อปี พ.ศ. 2524 และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
คุณูปการด้านสาธารณสุขและนโยบายสุขภาพ
ในฐานะผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านไม่ได้จำกัดบทบาทเพียงแค่การรักษาในโรงพยาบาล แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิรูประบบสุขภาพของไทยหลายประการ
- การขับเคลื่อนระบบสุขภาพถ้วนหน้า เป็นผู้สนับสนุนหลักในการเปลี่ยนแนวคิดจากการสงเคราะห์เป็นการสร้างสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพ
- การสร้างสถาบันหลัก มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดองค์กรตระกูล "ส" เช่น สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ), สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) และ สช. (สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ)
- การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพร ส่งเสริมการบูรณาการภูมิปัญญาไทยเข้ากับวิชาการสมัยใหม่
งานด้านภาคประชาสังคมและการพัฒนาการเมือง
ศ.นพ.ประเวศ เป็นผู้นำทางความคิดที่เชื่อในเรื่อง พลังทางปัญญาและการพัฒนาจากฐานราก ท่านมีบทบาทสำคัญในภาคประชาสังคม ดังนี้
- การปฏิรูปการศึกษา เสนอแนวคิดการเรียนรู้ที่ยึดเอาพื้นที่และชุมชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เพียงแค่ในตำรา
- การสร้างสันติภาพและความปรองดอง ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเมือง ท่านมักถูกเชิญให้เป็นที่ปรึกษาและประธานคณะกรรมการปฏิรูป เพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศด้วยสันติวิธี
- ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นผู้ถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสู่ภาคปฏิบัติ เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้
"หมอประเวศ" ไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ผู้รักษาโรค แต่คือ "สถาปนิกทางสังคม" ผู้ที่พยายามเชื่อมโยง กาย จิต สังคม และปัญญา เข้าด้วยกัน คำสอนและแนวคิดเรื่อง "ไตรยางค์" หรือความสมดุลของชีวิตและสังคม จะยังคงเป็นเข็มทิศให้แก่คนรุ่นหลังสืบต่อไป