แถลงการณ์​ ฉบับที่​ 6 คำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้  และคำขอต่ออายุใบประทานบัตร​  เพื่อทำเหมืองหินปูน​  ต้องถูกยกเลิก

Back

2673

23 September 2020

แถลงการณ์​ ฉบับที่​ 6  คำขอต่ออายุใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้  และคำขอต่ออายุใบประทานบัตร​  เพื่อทำเหมืองหินปูน​  ต้องถูกยกเลิก

 

 

กฎหมายแร่ฉบับใหม่​  หรือพระราชบัญญัติแร่​ พ.ศ.​ 2560​  เขียนไว้ในมาตรา​ 125​ ว่า​  อธิบดีหรือเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจําท้องที่ มีอํานาจสั่งยกคําขอประทานบัตรได้​  เมื่อผู้ยื่นคําขอกระทําการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด 5​  หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำเช่นว่านั้น

 

และมาตรา​ 52 ของหมวด​ 5​ เขียนว่า​  การขอและการออกประทานบัตร  และคุณสมบัติของผู้ยื่นคําขอ  ให้เป็นไปตาม

หลักเกณฑ์  วิธีการ​  และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง

 

และกฎกระทรวงดังกล่าวต้องกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในมาตรา 19

 

และสาระสำคัญของมาตรา​ 19​ ระบุว่า​  เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการแร่  การอนุญาตให้ทําเหมืองให้พิจารณาอนุญาตได้เฉพาะในพื้นที่ที่แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่กําหนดให้เป็น​ ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’​ เท่านั้น

 

และเมื่อดูสาระสำคัญตามมาตรา​ 17​ วรรคสี่​  ที่เขียนว่า​  “พื้นที่ที่จะกําหนดให้เป็น​ ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’ ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ​  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า​  เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน​  โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  และพิพิธภัณฑ์

สถานแห่งชาติ  เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด  พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ  หรือพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม”  แล้ว​

 

จะเห็นได้ว่าการ​ ‘ยื่น’​ และ ‘รับ’​  (1) คำขอต่ออายุ​ ‘ใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ​ เพื่อทำเหมืองหินปูน’​  พื้นที่​ 175​ ไร่​  บนภูผาฮวก​  ไปอีกสิบปี​  จนกระทั่งถึงปี​ 2573​  ซึ่งพวกเราได้ทำการเข้ายึดเหมือง

เพื่อเปลี่ยนเขตเหมืองแร่เป็นเขตป่าชุมชนเรียบร้อยแล้วในวันที่​ 4​ กันยายนที่ผ่านมา​  เนื่องจากยังไม่ได้รับการต่ออายุก่อน

วันที่​ 3​ กันยายนที่ผ่านมา​  และ (2) คำขอต่ออายุ​ ‘ใบประทานบัตรทำเหมืองหินปูน’​  พื้นที่​ 175​ ไร่​  บนภูผาฮวก​  ไปอีกสิบปี​  จนกระทั่งถึงปี​ 2573​  ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับข้อ (1)  ที่จะหมดอายุในวันที่​ 24​ กันยายนนี้​  และคงไม่ได้รับการต่ออายุไปอีกสิบปีก่อนวันที่​ 24​ กันยายนนี้อย่างแน่นอน​  เป็นการยื่นและรับคำขอโดยมิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่

 

เนื่องจากภูผาฮวกเป็นพื้นที่ที่ไม่เข้าข่ายเป็น​ ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง’​ ตามมาตรา​ 17​ วรรคสี่​ แต่อย่างใด​  เพราะพบโบราณวัตถุ​  ศิลปวัตถุ  มีทั้งภาพเขียนสีและเครื่องปั้นดินเผาอายุเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า​ 1,500​ -​ 3,000​ ปี​  และเป็นแหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม​  มีทั้งโถงถ้ำและตาน้ำที่เป็นบ่อเกิดลำธาร

 

จึงต้องถูกกันออกจากการเป็น ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง’

 

ดังนั้น​  นายธีรสิทธิ​ ตรีวัฒน์สุวรรณ​  หรือบริษัท​ ธ.​ศิลาสิทธิ​ จำกัด​  และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

จึงไม่ควรยื่นและรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองตั้งแต่ต้น​  เพราะเป็นคำขอต่ออายุใบอนุญาตที่มิชอบตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่

 

แต่เมื่อนายธีรสิทธิ​ ตรีวัฒน์สุวรรณ​  หรือบริษัท​ ธ.​ศิลาสิทธิ​ จำกัด​ ยื่นคำขอ​  และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรับคำขอมาแล้ว​  นายธีรสิทธิ​ ตรีวัฒน์สุวรรณ​  หรือบริษัท​ ธ.​ศิลาสิทธิ​ จำกัด​  และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง​  ควรรีบดำเนินการเพื่อขอคืนหรือยกคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองออกไปจากสารบบโดยเร็ว

 

ไม่ใช่ค้างคำขอต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองไว้​  เพื่อหวังว่าจะต่ออายุใบอนุญาตทั้งสองให้ได้สักวันหนึ่งข้างหน้า

 

มิฉะนั้น​  จะถือว่านายธีรสิทธิ​ ตรีวัฒน์สุวรรณ​  หรือบริษัท​ ธ.​ศิลาสิทธิ​ จำกัด​  และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย​  ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ

 

จึงขอชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

 

ให้เหมืองและโรงโม่หินจบที่รุ่นเรา

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได

20 กันยายน​ 2563