Term of Reference (TOR) รถยนต์บรรทุกขยะขนาด 6 ล้อ พร้อมติดตั้งโครงกระบะคอกเหล็กกล่อง
Back7591
18 March 2020
ขอบเขตงาน Term of Reference (TOR)
รถยนต์บรรทุกขยะขนาด 6 ล้อ พร้อมติดตั้งโครงกระบะคอกเหล็กกล่อง
…………………………………………………………………………………………………
ความเป็นมา
มูลนิธิโคเออร์ เป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไร ดำเนินงานภายใต้สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ให้การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯบริเวณชายแดนของไทย-เมียนมา รวมทั้งราษฎรไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อันสืบเนื่องมาจากผู้หนีภัย และราษฎรไทยที่ยากไร้ ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้พิการและเด็กนักเรียน
มูลนิธิโคเออร์ ได้รับเงินช่วยเหลือจากแหล่งทุน International Rescue Committee, Inc. (IRC) เพื่อใช้ในโครงการจัดการขยะโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม เป็นการส่งเสริมด้านสุขาภิบาลและอนามัยในชุมชนผู้หนีภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ บ้านแม่หละและหมู่บ้านไทยที่อยู่ใกล้เคียง ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ ดำเนินการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยจากชุมชน
วัตถุประสงค์
เพื่อจัดซื้อรถยนต์บรรทุกขยะขนาด 6 ล้อคันใหม่ พร้อมติดตั้งโครงกระบะคอกเหล็กกล่อง เนื่องจากรถบรรทุกขยะคันเก่าใช้งานมากว่า 12 ปี มีสภาพชำรุดไม่สามารถใช้งานหนักได้ จำเป็นต้องมีการซ่อมแซมบ่อยครั้ง ทำให้ไม่มีรถสำหรับบรรทุกขยะในช่วงดังกล่าว สำนักงานโคเออร์แม่สอดจึงจำเป็นต้องทำการเช่ารถเพื่อบรรทุกขยะ เพื่อลดจำนวนขยะตกค้างในชุมชนซึ่งอาจเป็นบ่อเกิดแห่งโรคได้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
วิธีการจัดซื้อ
โดยการประมูลด้วยวิธียื่นซองเอกสารปิดผนึก ประกอบด้วย
- ซองข้อเสนอด้านเทคนิค คุณลักษณะสินค้าตามรายละเอียดที่ระบุใน TOR
- ซองข้อเสนอด้านราคา หรือ ใบเสนอราคา และเงื่อนไขการชำระเงิน
คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูล
- เป็นนิติบุคคลมีความสามารถตามกฎหมายไทย
- ประกอบธุรกิจผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายรถบรรทุกในประเทศไทย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ หรือ ล้มละลาย
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นในการประมูลครั้งนี้ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรง
คุณลักษณะของสินค้า
- คุณลักษณะเฉพาะ
รถบรรทุกขยะ 6 ล้อ แบบมีคอกเหล็กกล่อง ตอนหลังเก๋งติดตั้งโครงกระบะคอกเหล็กกล่องสำหรับบรรทุกขยะและสามารถรับน้ำหนักได้ไม่ต่ำกว่า 4,700 กิโลกรัม ระบบเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 4,000 ซีซี กำลังส่งเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ำกว่า 110 กิโลวัตต์ มีกำลังม้าสูงสุดไม่น้อยกว่า 150 แรงม้า
- คุณลักษณะทั่วไป
- เป็นรถยนต์บรรทุกหน้าสั้น ชนิด 6 ล้อ ล้อหน้าเดี่ยว ล้อหลังคู่ ขับเคลื่อนไม่น้อยกว่า 1 เพลา มีประตู 2 บาน ชนิดตอนครึ่ง สามารถเปิดใส่กุญแจได้ มีที่นั่งด้านหน้าไม่น้อยกว่า 3 ที่นั่ง (รวมพนักงานขับรถ) มีที่เหยียบสำหรับขึ้นเก๋งตามมาตรฐานผู้ผลิต และมีล้ออะไหล่พร้อมกระทะล้อ 1 ชุด โดยมีอุปกรณ์ที่สำคัญตามมาตรฐานผู้ผลิตครบถ้วน
- เครื่องยนต์ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ความปลอดภัยสารพิษจากเครื่องยนต์ มอก. 2315-2551 หรือมาตรฐานไอเสีย ยูโร 3 หรือมากกว่า
- ระบบเกียร์เป็นแบบเกียร์กระปุก เกียร์เดินหน้าไม่น้อยกว่า 5 เกียร์ และถอยหลัง 1 เกียร์
- เบรกระบบไฮดรอลิก พร้อมมีเบรกขณะจอด ตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
- ระบบพวงมาลัยขวาพร้อมไฮดรอลิคช่วยผ่อนแรง (Hydraulic Power Steering) ตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต วงพวงมาลัยสามารถยุบตัวได้เพื่อลดอันตรายจากการกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
- ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน ทนความร้อนได้ดีและมีอายุการใช้งานยืนยาว
- ขนาดยางตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์
- มีที่บังแดดติดตั้งภายในหัวเก๋ง
- ใช้ระบบไฟฟ้า 24 โวลท์ แบตเตอรี่ชนิด 12 โวลท์ ขนาดแบตเตอรี่ไม่น้อยกว่า 60 แอมป์ โดยขนาดและความจุมาตรฐาน จำนวน 2 ชุด มีโคมไฟสัญญาณต่าง ๆ ตามกรมการขนส่งทางบกกำหนด และตามความจำเป็นในการปฏิบัติงาน
- มีระบบสัญญาณไฟต่างๆ ตามกรมการขนส่งทางบกกำหนดและตามความจำเป็นขณะปฏิบัติงาน
- พร้อมติดตั้งฟิลม์กรองแสงรถยนต์ กระจกประตูทุกด้าน และบานหน้าครึ่งบน ความเข้มไม่น้อยกว่า 40%
- มีระบบเครื่องปรับอากาศภายในรถยนต์ตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์
- มีเข็มขัดนิรภัย (Safety Belt) เป็นแบบยึด 3 จุด ดึงกลับอัตโนมัติ สำหรับพนักงานขับรถและผู้โดยสารด้านหน้าไม่น้อยกว่า 2 ชุด
- มีกระจกมองหลังไม่น้อยกว่า 3 บาน ในเก๋ง 1 บาน และกระจกมองกันชนหน้า
- มีชุดปัดน้ำฝนตามมาตรฐานผู้ผลิต
- ระบบหล่อลื่นตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์
- ถังน้ำมันเชื้อเพลิงมีความจุไม่น้อยกว่า 100 ลิตร หรือมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์
- ระบบคลัตซ์ ตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์
- ระบบห้ามล้อตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์
- ระบบกันสะเทือนตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์
- เครื่องยนต์และตัวรถยนต์ต้องอยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้าเดียวกันเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา
- เครื่องมือซ่อมบำรุงประจำรถจำนวน 1 ชุดตามมาตรฐานผู้ผลิต และเครื่องมืออุปกรณ์ในการถอดล้อ จำนวน 1 ชุด
- กระบะคอกเหล็กกล่อง
กระบะคอกเหล็กมีความยาวประมาณ 3 เมตร กว้าง 2 เมตร และสูงประมาณ 1.90 เมตร โดยขนาดเหล็กกล่องมีความกว้าง (A) 1.5 นิ้ว ความยาว (B) 3 นิ้ว และ ความหนาของเหล็ก (C) 2 มิลลิเมตร การติดตั้งคอกเหล็กให้ดูตัวอย่างรูปภาพในเอกสารประกอบ อุปกรณ์ทุกชนิดต้องเป็นของใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน

- การพ่นสี
- การพ่นสีภายนอกและสีของคอกกระบะเหล็ก พ่นด้วยสีกันสนิมอย่างดีไม่น้อยกว่า 2 ชั้น แล้วจึงพ่นด้วยสีทับหน้า (สีจริง) อย่างดี ไม่น้อยกว่า 2 ชั้น
- สีกันสนิมได้รับมาตรฐาน มอก. 691-2547
- สีกันสนิมผ่านการทดสอบมาตรฐาน SGS ผลทดสอบ Heavy Metal Fee
- สีทับหน้า (สีจริง) ทนทานต่อสภาวะแวดล้อม สภาวะอากาศ ผ่านมาตรฐาน ASTM รับรองโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และทนทานต่อการกัดกร่อนโดยผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันยานยนต์ (ประเทศไทย)
- บริษัทผู้ผลิตสีต้องได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 จากหน่วยงานที่ได้รับการควบคุมโดยหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรม
ข้อกำหนดอื่น ๆ
1. ผู้ร่วมประมูลต้องเป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ด้านการประกอบกระบะและตัวถังรถยนต์ชนิดต่าง ๆ หรือเป็นโรงงานที่ได้รับรองระบบบริหารคุณภาพมาตรฐาน มอก. 9001-2552 ในขอบข่ายการออกแบบและพัฒนาการผลิตและการบริการซ่อมแซมเป็นของตนเองเพื่อสะดวกต่อการซ่อมบำรุง หรือได้รับแต่งตั้งจากโรงงานผู้ผลิตให้เป็นตัวแทนจำหน่าย โดยแนบเอกสารดังกล่าวเพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่ยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
2. ผู้ร่วมประมูลต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการค้าเกี่ยวกับสิ่งของที่เสนอขายตาม TOR โดยแนบเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่ยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
3. ผู้ร่วมประมูล ต้องแจ้งชื่อ สถานที่ของโรงงานที่ได้รับอนุญาตผลิตและติดตั้งโครงกระบะเหล็กกล่องแบบคอกตามใบเสนอราคา โดยแนบเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่ยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
4. ผู้ร่วมประมูลต้องแนบรายละเอียดคุณลักษณะสินค้าทั้งหมด และแคตตาล๊อครถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น อุปกรณ์ พร้อมแบบโครงกระบะคอกเหล็ก เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่ยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
5. ผู้ร่วมประมูลต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ผู้แทนจำหน่าย หรือผู้ผลิตตัวรถยนต์ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่ยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
6. ผู้ร่วมประมูลต้องมีผลงานการผลิต หรือประกอบรถยนต์ประเภทดังกล่าว หรือรถบรรทุกขยะ หรือรถบริการอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน โดยแนบเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่ยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิค
7. ผู้ร่วมประมูล/ผู้ขายต้องดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์บรรทุกขยะพร้อมติดตั้งโครงกระบะเหล็กกล่องแบบคอกในนามมูลนิธิโคเออร์ โดยผู้ขายต้องเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
8. การรับประกันความชำรุดบกพร่องอันเนื่องจากการใช้งานสินค้าตามปกติที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบ ระยะเวลาการแก้ไขให้ดีดังเดิมนับจากวันที่ได้รับแจ้ง
9. บริการหลังการขาย
10. ผู้ขายต้องมีการแนะนำการใช้งานและการบำรุงรักษารถให้กับพนักงานมูลนิธิโคเออร์ในวันส่งมอบสินค้า
11. สินค้าต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทันที โดยมีน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่เต็มถังในวันส่งมอบ
ข้อเสนอด้านราคา
- ระบุราคาสุทธิรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ส่วนลด (ถ้ามี) ก่อน และ หลังรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ระบุราคาสุทธิการติดตั้งโครงกระบะเหล็กกล่องแบบคอกตามแบบ ก่อน และ หลังรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เงื่อนไขการชำระเงิน
- มูลนิธิโคเออร์จะจ่ายเงินเมื่อได้เซ็นตรวจรับสินค้าและมีการจดทะเบียนเป็นชื่อของมูลนิธิโคเออร์แล้ว
- ระยะเวลายืนราคา
- กำหนดส่งมอบภายในเวลา 45 วันนับจากวันที่ทำสัญญา
คณะกรรมการคัดเลือกสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ร่วมประมูลที่ยื่นเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน
กำหนดวันยื่นซองประมูล
- ผู้ร่วมประมูลจะต้องยื่นซองประมูลทางไปรษณีย์ หรือ ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ประกอบด้วย ซองข้อเสนอด้านเทคนิค และ ซองข้อเสนอด้านราคา
- ระบุที่หน้าซองว่า ‘รถบรรทุกขยะ 6 ล้อ’ ส่งไปตามที่อยู่ข้างล่าง:
แผนกบัญชี มูลนิธิโคเออร์
122/11 ตึกสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ชั้น 6
ซอยนนทรี 14 (ซอยนาคสุวรรณ) ถนนนนทรี
เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์: 02-681-3000 ต่อ 1601 โทรสาร: 02-681-3300
- ผู้ยื่นซองประมูลสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอีเมล์
คุณวิภาภรณ์ พรกุลวิไล vipaporn@coerr.org;
คุณทิพย์วิมล ยอดวงษ์ thipwimol@coerr.org;
คุณนงเยาว์ ปองจำเริญ nongyao@coerr.org
- สามารถดูรายละเอียดการประมูลได้ที่ www.thaingo.org
- เอกสารการประมูลจะต้องส่งถึงมูลนิธิโคเออร์ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 12:00 น.
- คณะกรรมการเปิดซองประมูลพร้อมกัน วันที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 10:00 น.
- สรุปผลการประมูล วันที่ 7 เมษายน 2563
- แจ้งผลประมูลภายใน วันที่ 10 เมษายน 2563