แถลงการณ์ เรื่อง “หยุดแทรกแซง คืนเสรีภาพทางวิชาการและจิตวิญญาณมหาวิทยาลัย”
Back1481
20 August 2017
( ปล. ขอบคุณภาพ จาก : http://www.bbc.com/thai/thailand-40652244 )
แถลงการณ์
เรื่อง “หยุดแทรกแซง คืนเสรีภาพทางวิชาการและจิตวิญญาณมหาวิทยาลัย”
โดย เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้
ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๓๗/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา โดยใช้อำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๕๕๗) โดยอ้างว่า “การบริหารงานของสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา มักปรากฏปัญหาการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้บริหาร ทำให้การบริหารงานของสถานศึกษาต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถขับเคลื่อนสถานศึกษาได้อย่างเป็นระบบ ขาดความต่อเนื่อง และเกิดความล่าช้าในการบริหารงานที่สำคัญหลายกรณี ส่งผลให้การดำเนินการเพื่อปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ไม่อาจบรรลุผลสำเร็จลงได้”
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของนักวิชาการในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในภาคใต้ มีความเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นการอ้างปรากฏการณ์เพียงบางส่วนของมหาวิทยาลัย มาใช้แบบ “เหมารวม” เพื่อ ควบคุม กำกับและแทรกแซง อำนาจทางการบริหาร ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียความเป็นอิสระ ขาดเสรีภาพทางวิชาการ และการเป็นสถาบันที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการสร้างปัญญาของสังคม รวมถึงการทำให้มหาวิทยาลัยตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจทางการเมือง อันจะทำให้เกิดการสูญเสียศักดิ์ สิทธิ์ และเป็น “พิษร้ายทำลายจิตวิญญาณของมหาวิทยาลัย” ในอนาคต
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ จึงขอเรียกร้องให้ “ยกเลิก” คำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๓๗/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา รวมถึง “หยุดการแทรกแซงมหาวิทยาลัยในทุกรูปแบบ” โดยทันที
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ ตระหนักดีว่า มหาวิทยาลัยต้องเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับ มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่พึ่งของสังคมได้อย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยจึงควรจะเร่งปฏิรูปตนเอง ด้วยพลังการมีส่วนร่วม การตรวจสอบ และการถ่วงดุลภายในทุกระดับ รวมถึงการเปิดพื้นที่เพื่อสร้างพันธกรณีให้มหาวิทยาลัยยึดโยง และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา สังคม ชุมชน ท้องถิ่นอย่างแท้จริง
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้
๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๐