ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดี “อภิชาต” ชูป้ายคัดค้านรัฐประหารหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ

Back

1392

18 October 2016

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดี  “อภิชาต” ชูป้ายคัดค้านรัฐประหารหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ
    เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ศาลแขวงปทุมวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขดำที่ 363/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ 134/2559 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดฯ กับ จ่าสิบเอกอภิชาต พงษ์สวัสดิ์ ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกและความผิดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง จากกรณีที่นายอภิชาตชูป้ายชุมนุมหน้าหอศิลป์ฯ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยอาศัยข้อเท็จจริงคือ
  1. ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นวันนัดตรวจพยานหลักฐานปรากฎว่า โจทก์ได้อ้างส่งพยานเอกสารรวมถึงพยานวัตถุสำหรับที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน ศาลชั้นต้นรับไว้และทนายจำเลยตรวจดูพยานเอกสารและพยานวัตถุดังกล่าวแล้ว ทนายจำเลยไม่คัดค้าน ย่อมแสดงว่า จำเลยยอมรับพยานเอกสารดังกล่าว และในจำนวนเอกสารดังกล่าวมีพยานเอกสารที่แสดงถึงอำนาจในการสอบสวนของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการฯสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 เมื่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นการปฏิบัติงานตาม ป.วิ.อาญา พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม จึงมีอำนาจสอบสวนเกี่ยวกับความผิดที่มีโทษทางอาญาทั่วราชอาณาจักร
  2. ตามคำสั่งที่ 145/2557 กองบังคับการปราบปรามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องแต่งตั้งพนักงานสอบสวนกรณีผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ซึ่งกำหนดให้ร.ต.ท.ชลิต มณีพราว เป็นพนักงานสอบสวน ฉะนั้นการสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมายและโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายก  ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาใหม่
  ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน(สนส.) 02-275 3954 -- สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) โทรศัพท์ /แฟ๊กซ์ : 02-6930682 อีเมล์ : hrla2008@gmail.com www.naksit.org