ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดการสืบสวนสอบสวน หลังสามเดือนการสืบสวนสอบสวนกรณีหายตัวไปของนายฟาเดล เสาะหมานไม่คืบหน้า
Back1359
29 March 2016
จาก กรณีที่เกิดขึ้นมูลนิธิผสานวัฒนธรรมพบว่ามีข้อสงสัยหลายประการในการถูก บังคับให้หายสาบสูญของนายฟาเดล เสาะหมาน กล่าวคือนายฟาเดลเป็นอดีตผู้ต้องขังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมฟ้องร้องดำเนินคดี เกี่ยวกับความมั่นคงที่ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำพิพากษายกฟ้อง แต่หน่วยงานความมั่นคงก็ยังคงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของนายฟาเดลและสมาชิกในครอบ ครัวของนายฟาเดลมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๘ นายฟาเดลได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แล้วถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเวลา ๗ วัน และก่อนการหายตัวไปตามคำบอกเล่าของญาติวว่าระหว่างวันที่ ๑๗ มกราคม ถึงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๙ ก็ได้มีการนำตัวนายฟาเดลไปยังที่ค่ายทหารอีกแห่งหนึ่งเป็นเวลา ๗ วัน และนายฟาเดลได้กลับบ้านมาหนึ่งวันแล้วถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้กำลังบังคับเอา ตัวและหายสาบสูญไปเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๙ดังกล่าว จนปัจจุบันเป็นระยะเวลาสามเดือนแล้วยังไม่ทราบชะตากรรม นอกจากนี้การอุ้มตัวนายฟาเดลนั้นเกิดขึ้นอย่างอุกอาจในเวลากลางวันใน โรงเรียนที่เป็นพื้นที่สาธารณะก่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนใน พื้นที่ในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ดำเนินการดัง นี้
- ขอ ให้ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีหน้าที่โดยตรงในการสืบสวนสอบสวนคดี อาญาทั้งปวงต้องดำเนินการให้มีตรวจสอบอย่างจริงจังและอย่างเร่งด่วนในกรณี นายฟาเดล เสาะหมาน เพื่อคลี่คลายคดีร้องเรียนดังกล่าวและสืบสวนสอบสวนจนทราบชะตากรรม โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เนื่องจากมาตรการที่จริงจังของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับเรื่องร้องเรียนจะเป็น มาตรการที่ป้องปรามการบังคับให้บุคคลสูญหายรายต่อๆไป การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นอาชญกรรมที่ร้ายแรงที่สุดจึงต้องมีการสืบสวนสอบ สวนอย่างคดีอาญาสำคัญโดยพลัน อย่างจริงจัง อิสระ เป็นมืออาชีพ รวมทั้งแจ้งความคืบหน้าทางคดีต่อญาติอย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ
- ขอ ให้รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมเร่งดำเนินการ ตรากฎหมายคือพรบ.การป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย ให้สอดคล้องกับหลักการสากลโดยกำหนดให้การบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นความผิดทางอาญาและให้สัตยาบันใน อนุสัญญาการคุ้มครองบุคคลไม่ให้มีการบังคับสูญหายขององค์การสหประชาชาติโดย ไม่ชักช้า เพื่อสร้างมาตรฐานทางกฎหมายอาญาในประเทศโดยเร็วตามที่ได้ให้คำมั่นไว้กับ ประชาคมระหว่างประเทศและในระหว่างการทบทวนรายงานสิทธิมนุษยชนต่อองค์กรสห ประชาชาติ
