สถานการณ์ นักโทษทางการเมืองไทยหลังรัฐประหาร ตุลา 19 – ตุลา 57 สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง
Back1189
25 June 2015
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน Thai Lawyers for Human Rights
เผยแพร่ 12 พฤศจิกายน 2557
สถานการณ์ นักโทษทางการเมืองไทยหลังรัฐประหาร
ตุลา 19 – ตุลา 57 สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง
หากจะกล่าวถึง นักโทษทางการเมือง ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่แปลกใหม่ในสังคมไทยนักนับจาก
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มีการจับกุมนักศึกษาประชาชนโดยอาศัยเหตุทางการเมืองในข้อหา “ภัยต่อ
สังคม” สูงถึง 8,000 คน1 ซึ่งยังไม่รวมถึงการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น “คอมมิวนิสต์”
ภายหลังจากเข้าป่า จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการจับกุมผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายผู้มีอำนาจ
ปกครองของประเทศกล่าวว่าเป็น “ผู้ที่ทำให้บ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย” จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมตัว ตาม
กฎอัยการศึก2“
หากนับเฉพาะปัจจุบัน (28 ตุลาคม 2557) นับแต่การยึดอำนาจการปกครองประเทศ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศกฎอัยการศึก ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ได้ มีการควบคุมตัวบุคคลโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา และมีการจับกุมประชาชนโดยเหตุจากปัจจัยทางการเมือง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังปรากฏ ตามข้อมูลดังต่อไปนี้
( จำนวนประชาชนที่ถูกจับและควบคุมตัว ภายหลังรัฐประหาร )
จำนวนประชาชนที่ถูกจับและควบคุมตัว 291 คน
จำนวนประชาชนที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหา และปล่อยตัวแล้ว 229 คน
จำนวนคดีที่ขึ้นสู่ศาลทหาร 69 คดี
จำนวนคดีที่ขึ้นสู่ศาลพลเรือน 33 คดี
จำนวนนักโทษที่ถูกดำเนินคดีด้วยเหตุทางการเมือง 102 คน
โดยนักโทษและผู้ต้องคดีทางการเมืองจำนวน 102คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาดังต่อไปนี้
นัก โทษการเมืองไทย สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงการดำเนินคดีกับนักโทษทางการเมือง ภายใต้กฎอัยการศึก ในปัจจุบันเมื่อเทียบกับ การดำเนินคดีในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 มีความเหมือนหรือคล้ายกับเหตุการณ์ในปัจจุบันหลายประการ ประกอบด้วย
| ข้อ ห า ดูห มิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอ า ฆ า ต ม า ด ร้า ยพระมหากษัตริย์ (112 | ข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม | ข้อหาชุมนุมเกินกว่า 5 คน | ข้อหาไม่ไปรายงานตัว | |
| ถูก ค ว บ คุม ตัว ใ นเรือนจำ | 11 คน | 43 คน | - | - |
| ยกคำร้องขอฝากขัง | 1 คน | - | 1 คน | 1คน |
| ได้รับการประกันตัว | 2 คน | 6 คน | 5 คน | 6 คน |
| พิพากษาจำคุกโดยรอลงอาญา | 1 คน | - | 17 คน | 4 คน |
| พิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญา | 3 คน | - | - | - |
| รวม | 18 คน | 49 คน | 23 คน | 11 คน |
- สถานการณ์ การใช้มาตรา 112 เล่นละครเป็นความผิด– หนึ่งในชนวนเหตุทางการเมือง ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคือการแสดงละครที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2519 เพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมประชาชนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่กลับถูกนำไปสู่การดำเนินคดีหมิ่นประมาทองค์รัชทายาท (ม.112) 37 ปีผ่านไป13 ตุลาคม 2557 กลุ่ม นักกิจกรรมทางสังคม ได้จัดแสดงละครเพื่อสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยที่มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ก็ถูกนำไปขยายผลสู่การดำเนินคดีดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ (ม.112) ขังฟรี ความเหมือนที่แตกต่าง– ในคดี 6 ตุลา พนักงานสอบสวนมีอำนาจฝากขังจำเลยได้คราวละ 30 วัน รวมกันไม่เกิน 180 วัน โดยเจ้าหน้าที่รัฐมักอ้างว่า “ยังตรวจสำนวนไม่แล้วเสร็จ” เพื่อขยายระยะเวลา การฝากขังไปเรื่อยๆเมื่อเทียบกับปัจจุบัน พนักงานสอบสวนมีอำนาจฝากขังได้ครั้งละ 12 วัน ไม่เกิน 7 ครั้ง รวม 84 วันและเกือบทุกคดี เจ้าหน้าที่จะขออนุญาตฝากขังจนครบ 84 วันโดยอ้างเหตุ “การ สอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องมีการสอบพยานเพิ่มเติม ตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา หรือเสนอเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีคำสั่ง”เพื่อขอ อนุญาตศาลฝากขัง และศาลมักจะอนุญาต ส่วนการประกันตัว ผู้ต้องหาแทบไม่มีโอกาสในการได้รับการประกันตัว ทั้งที่ผู้ต้องหาทั้งหมด ยังต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ มีสิทธิเสรีภาพที่จะสามารถต่อสู้คดีได้อย่างเป็นธรรม
- สถานที่คุมขัง สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเรือนจำนักโทษทางการเมือง– เมื่อ 6 ตุลา 19 เจ้าหน้าที่ได้ใช้เรือนจำตำรวจบางเขน (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เรือนจำหลักสี่) เพื่อคุมขังนักโทษทางการเมือง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “การกระทำความผิดอันเป็นคอมมิวนิสต์” และ “หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์”ซึ่งก่อนจะมีการรัฐประหาร 2557 รัฐบาลได้ประกาศให้ใช้
- ศาลทหาร ยังคงมีอยู่การใช้ศาลทหารยังเหมือนเดิม– ทั้งในเหตุการณ์ 6 ตุลา และปัจจุบัน การใช้ศาลทหารดำเนินคดีกับพลเรือน -สถานการณ์ยังคงเป็นเช่นเดิมโดยใช้เหตุว่า “เพื่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ”ทำให้คดีเกี่ยวกับความมั่นคงทั้งหมด ถูกพิจารณาโดยศาลทหารซึ่งตัดสินเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในศาลชั้นเดียว
- ภาพรวม นักโทษทางการเมืองภายหลังรัฐประหารการติดตามจับกุมดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง– เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2557 เจ้าหน้าที่ทหารได้ติดตามจับกุมประชาชน ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศห้ามชุมนุม ภายหลังการชุมนุมถึง 5 เดือน นับว่าเป็นความเอาจริงเอาจังในการจับกุมประชาชนที่ฝ่ายทหารคิดว่า “เป็นภัยต่อความมั่นคง”การสอบสวน– การสอบสวนภายใต้กฎอัยการศึกยังคงเป็นปัญหาต่อสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้อำนาจควบคุมตัวโดยไม่มีหมายจับได้ 7 วัน การไม่เปิดเผยสถานที่คุมขัง การปฏิเสธสิทธิในการมีทนายความ การไม่ให้ญาติเข้าเยี่ยม ซึ่งย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงต่อคำกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อประชาชนโดยมิ ชอบได้ผลกระทบต่อผู้ต้องหาและครอบครัว
- ยุติการดำเนินคดีและนิรโทษกรรม ในคดีที่เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
- ให้สิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ในคดีอาญาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
- แยกสถานที่ควบคุมตัวระหว่างนักโทษทางการเมืองและนักโทษในคดีทั่วไป__