จุดยืนสภาประชาสังคม ขณะที่ครูของรัฐถูกฆ่าจากชายแดนใต้
Back1257
19 June 2015
( หมายเหตุ รูปมาจาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10200191722296184&set=a.3589519657067.169151.1245604111&type=1&theater )
“วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี ตัวแทนสภาประชาสังคม ได้ประชุมร่วมกับตัวแทนครูในโรงเรียนของรัฐ ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สมาคมตาดีกา 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวแทนโต๊ะครูสถาบันปอเนาะ”
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บิน ชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้
อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ
ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา
ฝ่ายวิชาการโครงการพัฒนาเครือข่ายตำบลสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
Shukur2003@yahoo.co.uk
การศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมวลมนุษยชาติ เพราะการศึกษาเปรียบเสมือนดวงประทีปส่องนำชีวิต เป็นประตูของความสำเร็จ และเป็นกุญแจแห่งอารยธรรม
ตลอดเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม สมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกาศปิดโรงเรียน และยื่นเรียกร้องต่อรัฐหลายครั้ง
ความเป็นจริงไม่เพียงแต่ครูโรงเรียนของรัฐเท่านั้นอุสตาซหรือครูสอนศาสนาก็ถูกสังหารและโดนจับหลายร้อยคนเช่นกันแต่ หลังเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายแต่งกายคล้ายทหาร จำนวน 5 คน บุกเข้าก่อเหตุยิง น.ส.ตติยรัตน์ ช่วยแก้ว ผอ.โรงเรียน และ นายสมศักดิ์ ขวัญมา ครูโรงเรียนบ้านบาโง ต.ปานัน อ.มายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิต ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเพื่อนครู เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทางสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้มีมติอีกครั้งให้โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัด รวมทั้ง 4 อำเภอ จ.สงขลา กว่า 1,500 แห่ง หยุดการเรียนการสอนในวันที่ 13-14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัย และให้หน่วยงานด้านความมั่นคงมีการทบทวนถึงมาตรการดูแลความปลอดครูอีกครั้งและเช่นเดียวกันทำให้สภาประชาสังคมชายแดนใต้เรียกคณะกรรมการประชุมด่วนเพื่อแสดงจุดยืนในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2555ในช่วงบ่าย ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี แต่ก่อนจะประชุมคณะกรรมการสภาประชาสังคม ผมและอาจารย์ประสิทธิ เมฆสุวรรณได้ประชุมร่วมกับตัวแทนครูในโรงเรียนของรัฐ ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สมาคมตาดีกา 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวแทนโต๊ะครูสถาบันปอเนาะเพื่อทราบข้อมูลและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาซึ่งได้ผลสรุปว่า ผู้ที่ทำการสอนให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย ของรัฐหรือเอกชนล้วนเป็นครูทั้งสิ้น ควรให้เป็นธรรม ให้ความปลอดภัย สนับสนุน ฟื้นฟู เยียวยาต่อทุกคนอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการสื่อสารต่อคนภายนอกของสื่อเช่นกัน
สำหรับผลการประชุมสภาประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการปรึกษาหารือในที่ประชุมมากมาย ตั้งแต่เหตุผล รากเหง้าของความรุนแรงที่มีต่อครูจนถึงมาตรการต่างๆจนได้ข้อสรุปในแถลงการณ์เพื่อความปลอดภัยของครูทุกคนอย่างยั่งยืน
สภาประชาสังคมชายแดนใต้ได้ออกแถงการณ์ฉบับที่ 6/2555 ซึ่งมีใจความสำคัญดังนี้
สืบเนื่องจากเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีลักษณะสยดสยองและไร้มนุษยธรรมต่อพี่น้องประชาชนและบุคลากรทางการศึกษาอย่างถึงที่สุด จนทำให้สังคมทั่วไปหวั่นวิตกว่า การต่อสู้ทางการเมืองและสังคมเพื่อบรรลุเป้าหมายตามอุดมการณ์ของแต่ละกลุ่มในอนาคตจะใช้ความรู้สึกเคียดแค้นชิงชัง ป่าเถื่อน สยดสยองไร้มนุษยธรรมแทนเหตุผลและสติปัญญากันมากยิ่งขึ้น
เพื่อเป็นการยืนยันว่าสติปัญญาและเหตุผลเชิงสร้างสรรค์ที่เปี่ยมไปด้วยความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันยังเป็นวิถีทางที่ถูกต้องเหมาะสมต่อการแก้ปัญหาทางการเมืองและสังคม สภาประชาสังคมชายแดนใต้จึงขอประกาศท่าทีจุดยืนสนับสนุนการแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ดังนี้
1. เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ
1.1 ยกระดับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ
1.2 ยึดถือนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสภา
ความมั่นคงแห่งชาติ ปี 2555 – 2557 เป็นแนวทางหลักในการแก้ปัญหา
1.3 ผลักดันกระบวนการสันติภาพให้จริงจังและต่อเนื่อง
1.4 ขยายประชาธิปไตยสู่ประชาชนโดยการกระจายอำนาจให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการ
บริหารจัดการสังคมของตนเองให้มากขึ้น
1.5 สร้างความเป็นเอกภาพในการทำงานของกลไกรัฐทุกระดับ ทุกสังกัด ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน
พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
1.6 เร่งรัดให้คดีความมั่นคงทุกคดีดำเนินไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ตามกระบวนการ
ยุติธรรม
1.7 แก้ไขไม่ให้การบริหารราชการแผ่นดินทุกกระทรวง ทบวงกรม มีลักษณะไปกดทับ
อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ความเชื่อและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ทุกเชื้อชาติและศาสนา
1.8 ดูแลอย่างเข้มงวดอย่าปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่ากรณีใดๆ
2. เราขอเรียกร้องให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
2.1 ได้ตระหนักว่า การก่อสงครามที่มีลักษณะเหี้ยมโหดสยดสยองไร้มนุษยธรรมไม่แยกแยะ
เป้าหมายว่าเป็นผู้ถืออาวุธหรือไม่และทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไร้ขอบเขตเป็นการ
ก่อสงครามที่ไม่เป็นธรรม จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในระยะยาว การต่อสู้
ที่เริ่มต้นจากอุดมการณ์เพื่อสังคมของชาวมลายูปาตานี ก็จะค่อยๆ กลายเป็นอาชญากรรม
ที่น่ารังเกียจไปในที่สุด
2.2 พึงตระหนักว่าสิทธิในการปกครองตนเองกับการดำรงไว้ซึ่งบูรณภาพแห่งดินแดนและ
อำนาจอธิปไตยของรัฐไทยสามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ ฝ่ายขบวนการแบ่งแยก
ดินแดนควรร่วมมือกับทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการสันติภาพเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง และ
มุ่งสู่เป้าหมายตามอุดมการณ์อย่างสันติวิธี
3. เราขอเรียกร้องต่อประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน ทุกเชื้อชาติและทุกศาสนาทั่วประเทศ
3.1 ได้ช่วยกันสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
3.2 คัดค้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและสนับสนุน
การแก้ปัญหาด้วยสันติวีในทุกช่องทาง
4. เราขอเรียกร้องต่อพี่น้อง เพื่อครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านทั่งภาครัฐและภาคเอกชน ทุก
สังกัด ทุกระดับ ที่ปฏิบัติงานอยู่มนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
4.1 ได้ช่วยกันเสริมขวัญและกำลังใจตนเองให้เข้มแข็งสามัคคีกันเป็นหนึ่งเดียว ยืนหยัดต่อสู้กับ
ปัญหาและอุปสรรคที่ถึงเลือดถึงเนื้อนี้ เพื่อการศึกษาของลูกหลานพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเด็ดเดี่ยว
4.2 ให้พี่น้องเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะในระดับ
สูงสุด เพื่อทำโรงเรียนที่ตนเองปฏิบัติงานให้เป็นโรงเรียนของชุมชนเพราะเราเชื่อว่ามีแต่วิธี
นี้เท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความปลอดภัยแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืน
5. สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ขอคัดค้าน การใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ตลอดถึงครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาเป็นเหยื่อในการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐหรือฝ่ายขบวนการ
แบ่งแยกดินแดน
6. สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ขอยืนยันการเป็นพื้นที่กลาง ให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น เรา
เคารพในความเห็นที่แตกต่างหลากหลายขอเพียงให้มีเจตนาเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยส่วนรวม
และขอยืนยันว่าจะร่วมกับทุกฝ่ายขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพต่อไป
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ลงชื่อ
(นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ)
ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้
17 ธันวาคม 2555