ผลประเมินคุณภาพทีวีไทยของมีเดียมอนิเตอร์ ก่อนเสนอ กสทช.
Back1159
11 May 2015
มีเดียมอนิเตอร์เสนอ กสทช.กำหนดเกณฑ์สื่อเพื่อบริการสาธารณะให้ชัดเจน ทั้ง แนะให้ช่อง 5 ลดบันเทิง และโฆษณาตรงแฝง ช่อง สทท.11 เน้นประโยชน์ประชาชนมากกว่าภาครัฐ และ ไทยพีบีเอสใช้เกณฑ์ขององค์การประกบของ กสทช. ซึ่งกำหนดเกณฑ์สื่อเพื่อบริการสาธารณะที่ชัดเจนน้อยกว่า
“การศึกษาผังรายการเพื่อวิเคราะห์ทิศทางการประกอบกิจการบริการสาธารณะของฟรีทีวี” คือ หัวข้อที่โครงการมีเดียมอนิเตอร์ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา ทำการศึกษาผังรายการของช่องททบ. 5 ช่อง สทท. 11 และไทยพีบีเอส ที่ออกอากาศระหว่างวันที่ 15-21 มกราคม ที่ผ่านมา โดยวิเคราะห์ผังและเนื้อหารายการ เพื่อจำแนกสัดส่วนรายการประเภท ข่าวสาร สาระประโยชน์ สาระบันเทิง บันเทิง และอื่นๆ โดยอ้างอิงและเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ของ กสทช. และหลักเกณฑ์อื่นที่กำหนดในการศึกษาครั้งนี้ เช่น คำอธิบายลักษณะรายการสาระบันเทิง บันเทิง โฆษณาบริการธุรกิจ ที่มีเดียมอนิเตอร์เคยกำหนดในการศึกษาเรื่องผังรายการโทรทัศน์ และ นโยบายด้านรายการและแผนการจัดทำรายการขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์ในการวิเคราะห์เฉพาะช่องไทยพีบีเอส
ผล การศึกษา พบว่า สำหรับสถานีที่ออกอากาศวันละ 24 ชั่วโมง มีเวลาออกอากาศในช่วงเวลาที่ศึกษา หรือใน 1 สัปดาห์ เป็นจำนวน 10,080 นาที/สถานี แต่ช่องไทยพีบีเอสซึ่งมีเวลาออกอากาศวันละ 21 ชั่วโมง มีเวลาออกอากาศในช่วงเวลาที่ศึกษา หรือใน 1 สัปดาห์ เป็นจำนวน 8,820 นาที
จึงขอสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอ ต่อแนวทางการประกอบกิจการเพื่อบริการสาธารณะของ ช่องททบ. 5 สทท. 11 และ ไทยพีบีเอส ดังนี้
ช่อง ททบ. 5
สรุปผลการศึกษา
1.จาก การศึกษาผังรายการช่องททบ.5 ระหว่างวันที่ 15-21 มกราคม พ.ศ.2556 รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 10,080 นาที พบว่า มีรายการประเภทบันเทิงมากที่สุด คือ 3,401 นาที/สัปดาห์ หรือร้อยละ 34 ตามด้วยรายการข่าวสาร คือ 3,030 นาที/สัปดาห์ หรือร้อยละ 30 สาระบันเทิง1,459 นาที/สัปดาห์ หรือร้อยละ 14 สาระประโยชน์1,410 นาที/สัปดาห์ หรือร้อยละ 14 รายการประเภทแนะนำ/ขายสินค้า 720 นาที/สัปดาห์ หรือร้อยละ 7 รายการอื่นๆ รวม 60 นาที/สัปดาห์ หรือร้อยละ 1
- การที่ช่อง ททบ.5 มีรายการประเภทบันเทิงมากที่สุด คือร้อยละ 34 นับว่าไม่สอดคล้องกับนโยบายของช่อง ที่แถลงว่าจะปรับผังรายการปี 2556 โดยเพิ่มเวลาข่าวและรายการสาระความรู้เป็นร้อยละ 71 พร้อม กับลดกลุ่มรายการประเภทบันเทิงให้เหลือร้อยละ 29 (คำให้สัมภาษณ์ของพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พบใน ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 2555 และไทยโพสต์ออนไลน์ 2556)
- หากพิจารณาตามเกณฑ์ของ กสทช. ที่กำหนดให้กิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ประเภทบริการสาธารณะ ต้องมีรายการที่เป็นข่าวสารหรือสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 แล้ว จะเห็นได้ว่า ช่องททบ.5 มีรายการประเภทข่าวสาร คิดเป็นร้อยละ 30 รายการสาระประโยชน์คิดเป็นร้อยละ 14 เมื่อรวมเข้าด้วยกันเป็น ร้อยละ 44 ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของสื่อเพื่อบริการสาธารณะ ตามที่ กสทช. กำหนด
- ในภาพรวม ช่อง ททบ.5 มีเนื้อหารายการที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยสาธารณะ ในสัดส่วนที่น้อย ไม่ว่าจะอ้างอิงนิยามหรือคำอธิบาย “ความมั่นคงของรัฐ” “ความปลอดภัยสาธารณะ” จากแหล่งใด ทั้งพบว่าส่วนใหญ่เป็นการนำเสนอรายการประเภทข่าวสาร ข้อเท็จจริง และเหตุการณ์ทั่วไป โดยเน้นการนำเสนอข่าวกิจกรรมและนโยบายต่างๆ ของกองทัพบก และหน่วยงานภาครัฐ ในรายการข่าวภาคดึก ใน ขณะที่ในกลุ่มสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ พบรายการสารคดีสั้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เช่น รายการตะลุยป่า 5 นาที สำรวจธรรมชาติ ออน เดอะเวิร์ลด์ สารคดีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงรายการที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแรงงาน ได้แก่ รายการสารคดีกระทรวงแรงงาน ซึ่งอาจมีเนื้อหาเข้าข่ายความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยสาธารณะ ตามความหมายของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่ไม่พบรายการประเภทสาระประโยชน์ที่มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยสาธารณะ ที่ชัดเจน
- ช่องสทท. 11 มีสัดส่วนข่าวสารสูงกว่าสัดส่วนสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่เนื้อหาที่นำเสนอส่วนใหญ่เป็นข้อมูลของภาครัฐเป็นหลัก เช่น นโยบาย และกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น ในขณะที่มีการนำเสนอข้อมูลและความคิดเห็นของภาคประชาชน รวมทั้งภาคส่วนอื่น ในสัดส่วนที่น้อยกว่า
- ผังรายการและสัดส่วนรายการของช่องสทท.11 ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา นับว่า มีเนื้อหาที่สะท้อนบริการสาธารณะประเภทที่สาม คือ “มี วัตถุประสงค์หลักเพื่อกระจายข้อมูลข่าวสาร เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและรัฐสภากับประชาชน การกระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อการส่งเสริมสนับสนุนในการเผยแพร่และให้การศึกษา แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข บริการข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์สาธารณะแก่คนพิการ คนด้อยโอกาส หรือกลุ่มความสนใจที่มีกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือบริการข้อมูลข่าวสาร อันเป็นประโยชน์สาธารณะอื่น” ทั้งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจหลักของสถานีที่กำหนดว่า “เป็น สถานีหลักในด้านข่าวสารความรู้และการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิต” ทั้ง นี้ จากการศึกษาพบว่า ในกลุ่มรายการสาระประโยชน์จำนวนรวม 4,100 นาที/สัปดาห์นั้น มีเนื้อหาเพื่อคุณภาพชีวิต จำนวน 691 นาที/สัปดาห์ ในขณะที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตยเพียง 130 นาที/สัปดาห์ ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย
- ช่อง สทท. 11 ควรปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของ กสทช. ที่กำหนดว่า “การ ประกอบกิจการบริการสาธารณะประเภทที่หนึ่งและประเภทที่สาม หารายได้จากการโฆษณาไม่ได้ เว้นแต่เป็นการหารายได้โดยการโฆษณาหรือเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับงานหรือ กิจการของหน่วยงานรัฐ รัฐ วิสาหกิจ สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ หรือ การเสนอภาพลักษณ์ขององค์กร บริษัท และกิจการ โดยมิได้มีการโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม”
- กสทช. ควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนของลักษณะเนื้อหารายการที่”ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและรัฐสภากับประชาชน” “การ กระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อการส่งเสริมสนับสนุนในการเผยแพร่และให้การศึกษาแก่ ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข” ทั้งนี้ เพื่อผลในทางปฏิบัติด้านการผลิตรายการ และการตรวจสอบ การประกอบกิจการบริการสาธารณะ ประเภทที่สาม
- จากการวิเคราะห์ผังและเนื้อหารายการตามเกณฑ์ ส.ส.ท. พบว่า ไทยพีบีเอสมีสัดส่วนรายการข่าวสาร ร้อยละ 43 สาระประโยชน์ ร้อยละ 31 และสาระบันเทิง ร้อยละ 26
- โดยสรุป พบว่า เกณฑ์ของ ส.ส.ท. ให้คำนิยาม หรือกำหนดลักษณะรายการในประเภทสาระประโยชน์ได้ชัดเจนในรายละเอียดมากกว่า เกณฑ์ของ กสทช. อันมีผลให้จำนวนรายการสาระประโยชน์และรายการสาระบันเทิงตามเกณฑ์ กสทช. และเกณฑ์ ส.ส.ท. มีจำนวนไม่เท่ากัน โดยรายการสาระประโยชน์ตามเกณฑ์ กสทช.นั้นมีมากกว่า (กสทช. 50 รายการ ส.ส.ท. 45 รายการ) และบางรายการที่เป็นรายการสาระประโยชน์ตามเกณฑ์ กสทช. แต่เมื่อพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ ส.ส.ท.ถูกจัดเป็นรายการสาระบันเทิง เช่น รายการสำแดงศิลป์ รายการ Food Work รายการหลงกรุง รายการจังหวะจะเดิน รายการชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เป็น ต้น ขณะเดียวกัน มีบางรายการเช่น รายการคนกล้าฝัน ที่จัดเป็นรายการสาระประโยชน์ ทั้งตามเกณฑ์ กสทช. และ ส.ส.ท. แต่เกณฑ์ ส.ส.ท. มีการระบุเจาะจงมากขึ้นว่าเป็นรายการสาระประโยชน์ที่มีเนื้อหาสร้างแรง บันดาลใจ จึงทำให้ เมื่อใช้เกณฑ์ของ กสทช. ที่แบ่งประเภทเนื้อหาเป็นข่าวสาร และ สาระประโยชน์ ไทยพีบีเอสจะมีเนื้อหาของสื่อเพื่อบริการสาธารณะ ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าความเป็นจริงของสื่อเพื่อบริการสาธารณะ
- รายการต่างๆ ในกลุ่มสาระประโยชน์ของช่องไทยพีบีเอส เป็นรายการที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ และการศึกษาในสาขาต่างๆ แม้แต่รายการสาระบันเทิงที่เป็นการ์ตูน ละคร ซิทคอม หรือภาพยนตร์ ก็มีลักษณะเป็นรายการที่มีเนื้อหาสาระ ให้ความบันเทิง สอดแทรกความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกิจการโทรทัศน์เพื่อบริการสาธารณะ (ประเภทที่หนึ่ง) ตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย
- ส.ส.ท.ควรยืนยันที่จะกำหนดผังรายการและเนื้อหา ตามแนวนโยบายที่กำหนดตาม พ.ร.บ.องค์การประ