ในโรงงานอิเล็กโทรนิคส์ อันตราย !!ประวัติผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวในการทำงาน
Back1838
12 April 2014
คนงานและกรรมการสหภาพแรงงาน ได้พาคนป่วยมาพบ ที่สภาเครือข่ายฯ 5-6 คน ประวัติการทำงานผู้ป่วย ที่ต้องสัมผัสกับสารซิลิกอน(Silicon) หรือ เยอร์มาเนียม(Germanium) และสารเคมี contact cleaner.
โดยสหภาพเล่าว่าคนในโรงงาน มี 3,500 กว่าคน นายจ้างจ้างรายวัน ทำนานเท่าไหร่ก็ไม่บรรจุเป็นพนักงานประจำ มิหนำซ้ำต่อมาบริษัทยัง ลดวันทำงานลง จากสัปดาห์ละ 6 วันเหลือเพียงสัปดาห์ละ 4 วันและให้คนงานทำงานโอทีแบบบังคับ คนป่วยเล่าว่าเป็นคนพื้นเพจังหวัดสกลนคร โดยครอบครัวมีอาชีพค้าขายของเล็กๆน้อยๆ คนงาน ปัจจุบันพักอยู่ที่จังหวัดนครนายก จบ ปวส.มาเข้าทำงานกับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ โดยตรวจสุขภาพร่างกายก็แข็งแรงสมบูรณ์เป็นปกติดี เข้าทำงาน 3 กะคือ กะเช้าเวลา 7.00- 15.00 น. บ่ายเวลา 15.00 น.-23.00น. กะดึกเวลา 23.00น.-07.00น.ด้วยค่าแรงวันละ 300 บาทเดือนหนึ่งจะทำงานได้ 20 วัน/เดือน ซึ่งบริษัทมาเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างภายหลังเพราะถูกติติงจากองค์กรระหว่างประเทศ เกรงว่าการทำงานจะยาวนานไปจากมาตรฐานสากลกับการที่คนงานต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตรายร้ายแรงตลอดเวลา แต่จริงๆแล้วบริษัทควรให้ค่าจ้างพนักงานเป็นรายเดือน เพราะกับมาผลักภาระให้ตัวคนงานต้องหักโหมทำโอทีเพื่อเพิ่มรายได้ เงินถึงจะพอใช้จ่าย
ประมาณเดือน ตุลาคม 2550 จนถึง ปี พ..ศ. 2554 2555 ปัจจุบันอายุ 31 ปี จนตรวจแพทย์พบว่าเกิดเป็นมะเร็งในไขสันหลังกระดูกทำให้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว จนต้องให้เลือดทุกสัปดาห์ที่ รพ. เคยทำคีโม 1 ครั้ง อาการแย่ลง แพทย์บอกว่า มีโอกาสจะรอด 3% โรคแบบนี้ไม่มีระยะ ของโรค จึงไม่ขอทำคีโมอีก คนป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะมีอาการ รู้สึกผิดปกติตั้งแต่ทำงานที่ในบริษัท ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2554-2556 ตอนบริจาคโลหิตที่ทางบริษัทจัดขึ้นให้รถเคลื่อนที่มารับบริจาคโลหิตแล้วมี อาการหน้ามืดระหว่างการบริจาคโลหิตแต่ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นมะเร็ง แต่รู้สึกว่าทำอะไรแล้วเหนื่อยง่าย จนเริ่มรักษาตัวเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2557 จากการเจ็บป่วยได้ไปใช้สิทธิ์ โรงพยาบาลในประกันตน และ ศูนย์มะเร็ง อาการที่เป็นอยู่ปัจจุบันจะซีดผมล่วง ประมาณเดือนมิถุนายน 2556 ได้ลาออกมา จากการทำงานโดยทีแลกไม่รู้ตัวว่า ตัวเองป่วยเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาวจากการทำงาน จึงย้ายมาสมัครเข้าทำงานที่บริษัทรถยนต์ มีอาการเหนื่อยมาก หายใจไม่ทัน เดินไปแค่ 10 ก้าว หน้าและตัวจะซีดหายใจไม่ออก หน้ามืด เวียนหัว
ผู้ป่วยทำงานตำแหน่งช่าง อยู่แผนก Wafer Test (แผนกตรวจสอบชิ้นงาน Wafer) อายุงาน 5 ปี ทำหน้าที่ทำให้เครื่องจักรทำงานได้ตลอด ในระหว่างเวลาที่ปฏิบัติงานอยู่ การทำให้เครื่องจักรทำงานได้ตลอดเวลานั้น แบ่งได้ 3 หน้าที่ คือ
ผู้ป่วยทำหน้าที่
1.Line Maintenance (LM) ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาให้เครื่องทำงานได้ต่อไป ในกรณีที่เครื่องจักรหยุดทำงาน ช่างต้องเข้าไปดู ว่าเป็นปัญหาของ เครื่องตรวจสอบตัวงาน(Tester) ,อุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณเข้าสู่ตัวงาน(Test head) หรือ เครื่องจักรลำเลียงตัวงาน(Prober) เป็นปัญหาอะไร ตรงจุดไหน แล้วทำการแก้ไข
2.Preventive Maintenance (PM) ทำหน้าที่ ดูแลรักษาเครื่องจักร โดยทำความสะอาด ดูดฝุ่น ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักร เปลี่ยน ชิ้นส่วน(Parts) กรณีชำรุด หรือไม่เหมาะสม และตรวจสอบเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด
- Operate เครื่องจักร ทำหน้าที่เหมือนพนักงาน Operator โดยนำแผ่นชิ้นงานเข้าเครื่องจักรและนำแผ่นชิ้นงานออกหลังจากขบวนการทำงานของเครื่องเสร็จแล้ว กรณีพนักงาน Operator ทำงานหลายเครื่อง แล้วทำงานไม่ทัน ช่างจะเข้าไปช่วยทำงาน
- ภาวะเสี่ยงจากการสัมผัส สารเคมี contact cleaner
- ความรู้สึกของผู้ป่วย ถ้าผมย้อนเวลาได้ผมคงไม่เลือกเข้าโรงงานแห่งนี้ เมื่อผมลองให้คีโมไปหนึ่งครั้ง ผมตัดสินใจรักษาด้วยการให้เลือดไปแบบนี้ดีกว่า เพราะคิดว่าจะสามารถต่ออายุผมไปอีกได้ ดีกว่าการให้คีโม ซึ่งแพทย์บอกว่ามีโอกาสรอดเพียง 3% นั่นหมายความว่าจะยิ่งบีบช่วงเวลาของการมีชีวิตของผมให้สั้นลง ผมไม่เคยมีความรู้มาก่อนเลยว่า เมื่อผมเข้ามาทำงานในโรงงานแห่งนี้แล้วชีวิตของผมจะเป็นแบบนี้ ซึ่งเสมือนการอยู่รอมัชจุราศมาเอาชีวิตผม และเพื่อนๆในโรงงานของผมแห่งนี้นี้อีกหลายคนที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งอย่างผม บางคนที่เป็นคนงานหญิง ก็เป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมีคนเป็นมะเร็งปอดเสียชีวิตไปแล้วหลายคน แต่ทางบริษัทไม่เคยที่จะดูแลสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ขบวนการทำงานให้มันปลอดภัยกับคนงานเลย ทั้งๆที่ผมคิดว่าในขั้นตอนขบวนการทำงานมันน่าจะมีการป้องกันได้ การเปิดแอร์หรือการให้คนงานปิดปากจมูกก็ป้องกันผลผลิตทั้งนั้น หากผมต้องเป็นอาไรไปผมก็ห่วงภรรยาผม ห่วงพ่อแม่ผมที่อยู่สกลนคร ผมยังไม่มีโอกาสทดแทนบุญคุณและดูแล พ่อแม่ยามแก่เฒ่าเลยผมก็ต้องมากลายเป็นคนป่วยป่วยที่นอนรอความตาย
- เรื่องการใช้สิทธิเงินทดแทน มันมีข้อจำกัดมาก ถ้าผมมาขอเข้าใช้เงินกองทุนทดแทนที่ป่วยจากการทำงาน ทางประกันสังคมที่ผมรักษาตัวอยู่นี้ก็จพะต้องให้ผมคืนเงินประกันสังคมให้หมดก่อน และ เมื่อผมไม่มีเงินคืนประกันสังคมผมก็จะไปยื่นเรื่องเงินทดแทนเป็นคนป่วยด้วย โรคจากการทำงานไม่ได้ อีกทั้งถ้าสามารถยื่นเรื่องเงินทดแทนได้จริงๆ การรักษาตัวกองทุนเงินทดแทนนี้ก็จะต้องออกค่ารักษาพยาบาลค่ายาไปก่อน แล้วรอจนกว่ากองทุนเงินทดแทนหรือ