ตอนที่ 9 “รักตั้งแต่แรกเห็น” .....  “เห็นแล้วอยากให้เป็นรักแรก”

209 27 Oct 2021

ค่ายอาสาฯ ร้อยหวัน พันธุ์ป่าตอนที่ 9 “รักตั้งแต่แรกเห็น” .....  “เห็นแล้วอยากให้เป็นรักแรก”
---
          ทำเลที่ตั้งครัว แก๊งคนแก่ฝ่ายสวัสดิการ ซึ่งผมเลือกเอง เตาหุงข้าวแบบกระทะของเราอยู่ใต้ร่มไม้ ต้นเงาะกับต้นมังคุด อยู่ใกล้ห้องน้ำ ( อันหลังบังเอิญนะ ) ใกล้เส้นทางไปอาบน้ำของชาวค่าย และใกล้ที่พักนอน ทำให้ผมมีโอกาสชะโงกไปดูคนนู้นบ้าง คนนี้บ้าง อย่างสนใจ ทำให้ได้แจมบรรยากาศ  ต่างจากค่ายแรก คือค่ายแม่ดึ๊ ที่ผมไม่มีโอกาสได้คุย ได้เห็นใครเลย นอกจากเวลาทานข้าว จึงมีผลให้ผมไม่รู้จักใคร ไม่มีภาพจดจำ และไม่สนิทชิดเชื้อผูกพันกับเขา ต่างกับค่ายนี้ ผมได้พลอยหัวเราะ ร่วมบรรยากาศคนนู้นคนนี้ได้เรื่อยๆ บวกกับบริเวณทำอาหาร อยู่ติดกับห้องน้ำ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียว 1 ห้อง ทำให้แต่ละวัน เราได้เจอะเจอทุกคน ได้ทักทาย ได้แซว ได้เกาะเกี่ยวบรรยากาศมิตรภาพ พอให้หัวใจแก่ๆ เช่นผมและด้วง ได้ชุ่มชื้นไปด้วย  
          “รักน่ะเด็กโง่ !!!”
          “ต้อย ยังอยากรู้ไหม๊ ?”
          “อ้าวน้ำ อ้าวมา ว่าไง อยากฟังนิทานแมวสามสีไหม ?”
          “โห้ !! ยัยไฉไล ตกลงตอบได้ยังว่า ทับไม่ทับ (ทับ) ทับไม่ทับ (ไม่ทับ)”
          “เฮ้ย !! ขี้เร็วๆ หน่อยเว้ย “
          พูดก็พูดเถอะ การออกค่ายอาสา เป็นช่องทางหนึ่งให้คน หน้าตาเกรดสอง มีโอกาสสมหวังในรัก (กะเค้าด้วย) เรื่องนี้ประสบการณ์ทำค่ายของผมเองก็ยืนยัน เพราะค่ายอาสามีทั้งเวลา ทั้งโอกาสมากมาย เพื่อที่จะให้คนบางคนได้แสดงความสามารถและ สิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัว ในหัวใจ ได้เต็มที่ แสดงออกมาให้เขา ให้เธอได้ชม หรือได้ทำคะแนน ซึ่งมีเวลาวันละ 24 ชม.เต็มเอี๊ยดดดด........ !!

 

          บางคนก็ตีบทแอ๊ค หรือ วางมาดเป็นพี่ ดูเคร่งขรึม แต่แอบเก๊กหล่อ และส่งสายตาไปหาเธอเป็นระยะๆ
          บางคนก็เจื่อยแจ้วร้องเพลง แหกคีย์ได้ทั้งวัน และร่าเริงไปได้อย่างไร้เหตุผล 
          บางคนเล่นบทนางฟ้าใจดีรักเด็ก ห่วงใยคนอื่นๆ ไปทั่ว (แต่พอมีแฟน ลืมถามแม้เราป่วยแทบตาย)
          บางคนก็ศิลปินใหญ่ ชอบสำแดงถ้อยคำฟังยากดั่งกวีเอกอุ หรือนักดนตรีพลิ้วไหว ก็มีบ้าง
          บางคนก็บอบบางเป็นคุณหนู คุณชาย บอบบางไฮโซ สวมใส่อาภรณ์มีระดับ บางขนาดเปื่อยเน่าถ้าโดนแดดเปรี้ยงๆ
          บางคนกลับ สำแดงตนเป็นสาว หรือหนุ่มนักลุย นักสู้ มีวิธีคิดทางสังคมเร่าร้อนมีจุดยืนแน่วแน่ มีอุดมการณ์   และโหมทำงานหนัก ท่ามกลางสายตาเธอ  ฯลฯ 
           .............
          ส่วนผมเป็นตาแก่ ขี้บ่น นั่งล้างกระทะทั้งวัน  แต่แบบมีเสน่ห์ นะ  .............
ผมมักพูดเสมอๆ ว่า คนสวยอยู่ค่ายอาสายาก ความจริงไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็มีส่วนถูก เพราะความสวยมาพร้อมกับความบอบบาง และต้นทุนการบำรุงผิวพรรณสูงลิ่ว และความสวยมาพร้อมกับสายตาที่จับจ้องปองใจ การแห่แหนเข้ามาจีบ มาเอาใจของหนุ่มๆ จึงค่อนข้างหลีกเลี่ยงยาก และความสวยมักสร้างปัญหาหึงหวงอีกด้วย
          ดังนั้น ใครดาวค่าย ใครจ้องใคร เหตุการณ์เริ่มต้นยังไง ใครเข้าวินแน่ๆ ใครตกรอบแรก หรือเข้าถึงรอบรอง คอเซียนการเมืองเรื่องรัก อย่างเราๆ (คนเฒ่าล้างกระทะ) อ่านทะลุปรุโปร่ง แทงม้าเข้าวินแบบวันต่อวันได้เลย ซึ่งนั่นก็มีเซอไพรซ์ แทงผิดได้บ้าง แต่ก็เล็กน้อย คนหนุ่มสาว มาพบเจอกัน เหมือนดอกไม้กับสายฝน ย่อมแช่มชื่นบานสะพรั่ง กลีบใบเต้นรี่ริกๆ แมลงน้อยๆ ก็ส่งเสียงจี๊จั๊กๆ เมื่อใครบางคน พานพบคู่ชายหมายปอง น้องนางกลางใจ 
          บรรยากาศนี้ ทีมงานจาก ม.มหาสารคาม ก็เปรยบ่อยเหลือเกินว่าจะไป เด็ดดอกฟ้าแดนใต้ หรือยื้อหัวใจหนุ่มใต้มาหยิกเล่น ในขณะที่หนุ่มๆ สายใต้จาก ม.วลัยลักษณ์ ก็ร้อนรนที่จะทะลวงดวงใจสาวเจ้าชาวอีสาน วนไปเวียนมาดั่งนกยูงรำแพน หากเธอขัดสนทนงานไม่ได้ พระเอกก็พร้อมจะรี่ไปรับใช้  ไปทำให้เธอเห็นตนเองบ่อยๆ 
          “โอ้ !! ชีวิตชาวอาสาในมุมนี้ช่างน่ารัก” ความสุขหลังเก็บถ้วยจาน รอเริ่มต้นมื้อต่อไป คือการได้เฝ้ามองเด็กหนุ่ม เด็กสาวที่มาออกค่าย โดยเฉพาะที่มาจากชนบท ชอบมองเพราะลีลาหว่านเสน่ห์ ลีลาเก็บคะแนนนั้น แสนใสซื่อ อาทิ ฝ่ายชายมักเน้นให้ตัวเองตลก เพื่อให้เธอเผลอยิ้ม และลืมตัวมีความสุข จะได้วางใจให้ใกล้ชิด เบอร์โทรคือน้ำพักน้ำแรง ที่คาดหวังกัน และที่ต้องตลกกันส่วนใหญ่ เพราะเก๊กหล่อไม่เป็น ที่สำคัญ “ไม่หล่อพอให้เก๊กด้วย” อีกอย่าง ชอบเพราะเด็กหนุ่ม ตจว. ส่วนใหญ่ จีบสาวแบบหมาหยอกไก่ !!! ที่ไม่กล้า แต่ห้ามใจตัวเองไม่ไหว ไม่ว่าจะยังไง ก็ห่วงใยเสมอ ความรักตากแดดอยู่กลางแจ้ง ในบรรยากาศค่ายอาสา จึงเป็นความรักที่ชวนให้ชม และรักนั้นมิใช่ รักแต่เพียงเราสอง เพราะเมื่อทุกคนคือเพื่อนกัน รักนั้นก็แผ่ซ่านไปทั่วถึง ให้แต่ละฝ่ายได้กระเซ้าเย้าแหย่ แซวกัน เป็นที่สนุกสนาน ครื้นเครง ซึ่งต่างจากรักในสถานที่ส่วนตัว ที่บ้าน หรือรักอยู่ในวิถีคนแปลกหน้าในเมืองใหญ่ รักเช่นนั้นเป็นรักแค่เราสอง เป็นรักที่ไม่มีสักขีพยาน ไม่แบ่งปัน ไม่มีใครรับรู้ และโลกไม่จารึก ?? ไอ้หนุ่มเมืองกับสาวเมือง หลายคนก็ยังนิยมรักเช่นนั้น รักกันเงียบๆ รักแอบๆ แล้วแยกย้ายหนีหายไป ในสังคมคนแปลกหน้า แท้จริงแล้ว ค่ายอาสา ไม่ได้พูดถึงแค่ชุมชน สังคม หรือกิจกรรมโครงงาน แต่ค่ายอาสายังต้องสนใจและเรียนรู้หรือทบทวน มาใส่ใจ  ความหมายในมิติเล็กๆ ด้วย นั่นคือ มิติชีวิต ชีวิตที่เกี่ยวพันไปถึงความรัก ความผูกพัน ความเกลียดชัง ความโลภ ความหลง ความใฝ่ฝัน ฯลฯ เพราะค่ายอาสานั้นเอื้อมาก หากจะพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ อาจจะใต้แสงดาว หรือข้างกองไฟ กับใครสักคน และนั่นคือ ความงดงามของชีวิต งดงามเพื่อให้ก้าวไปสู่การมีอุดมคติรักเช่นนั้น เรามักเรียกว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” 
...............

          “โตโยต้า โตๆ ตะโตโยตา” น้องนัทจ๋า นี่พี่อูดดี๊น่ะ  “น้องนัทเหนื่อยไหมจ้ะ” 
          ............
          “เทแป้งใส่มือเยอะๆ เทแป้งใส่มือเยอะๆ” 
          “สำหรับน้องโบว เอาแป้งแบ่งใส่สองมือ แล้วทาหน้าพี่บิวนะจ้า” 
          ชีวิตคนหนุ่มสาว คือช่วงชีวิตที่สามารถตักตวงกำไรชีวิตได้มากที่สุด มีอิสระ โบยบินอย่างเลือกท้องฟ้าได้ และงดงามในการเผยหัวใจตนเอง “มีรอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนแลกเปลี่ยนกันส่งสายตาจับจ้องกัน” ตั้งแต่ยามเช้า มายามบ่าย ไปจนถึงยามค่ำมักเป็นเช่นนั้น เมื่อวันท้ายๆ ของค่ายใกล้มาถึง แต่ละคนก็เริ่มแอบไปลุ้น แอบไปเขียนไปอ่านจุลสารค่ายของตัวเอง เผื่อเขา หรือเธอ จะแอบมาเขียนเบอร์โทร หรือถ้อยคำดีๆ ให้ไว้คิดถึง นับว่าเป็นช่วงแห่งบรรยากาศ ที่คนแก่ๆ เช่นผม รู้สึกอิจฉา ตาร้อนที่สุด !!  และต้องยกสังขารตัวเอง ลุกขึ้นไปผูกเปลนอนเฝ้าเตาหุงข้าวเอาแรง เมื่อได้ยินเพลง  “ร๊ากกก ตั้งแต่แรกเห็น”  ดังขึ้น ลุกไปเพราะตัวเองนั้นได้แต่ร้องเพลง  “เห็นแล้วอยากให้เป็นแรก ร๊ากกกกกก........ !!!”

Contact Information

  • : มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
  • : webmaster@thaingo.org
  • : 082 178 3849
  • : www.thaingo.in.th

Thai NGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม