SMEs : ทางรอดของ รากหญ้า 

146 05 Oct 2021

 

ทั้งข้อดีข้อเสียของการไม่ทำงานในระบบ ในองค์กรขนาดใหญ่ หรือ รับราชการ คือ อิสรภาพ ในชีวิต เราจะไม่ถูกหล่อหลอม กดดัน เราไม่เผชิญความอึดอัด หรือถูกกระทำทางอำนาจ ทางความรู้สึก เพราะทำงานกับคนหมู่มาก มากคนก็มากเรื่อง แต่... หนทางแบบนี้ ก็มีข้อเสียคือ ไม่มีหลักประกัน

ชีวิตคนเราไม่ได้ร้อนแรง มีพละกำลัง กระฉับกระเฉงหรือหนุ่ม ตลอดเวลา แต่มันจะช้า เฉื่อย จะเหนื่อยง่าย และ ครุ่นคิดอะไรได้ ไม่มากนัก

ผมใช้ชีวิตตามใจตัวเอง ไปบนถนนปณิธานเพื่อสังคมมาค่อนชีวิต จนวันหนึ่ง เราเริ่มมองหาความมั่นคง หรือหลักประกัน เล็กๆน้อยๆ ซึ่งไม่มี  ไม่มีบ้าน ไม่มีเงินออมในบัญชี ไม่มีความแน่นอนรองรับ มีเพียงสิ่งเดียวที่ผมมี คือ ผืนดินที่บ้านเกิด ในขณะที่งาน หลายครั้งมีความเสี่ยงถึงชีวิต แถมรูปแบบการอยู่รอดของเราขึ้นอยู่กับการหาทุน เขียนโครงการ และติดตามทิศทางลมของแหล่งทุน สุดท้ายผมก็คิดตก ว่า แม้นเป็นอาชีพเกษตรกร ถ้าปลูกมะพร้าว อย่างน้อยเราก็ได้มีมะพร้าวกิน ไปยันแก่เฒ่า มีผัก ปลา ผลหมากรากไม้กินกันตาย แต่อาชีพ
NGOs  ไม่มีอะไรเลย

ผันมาทำเกษตร สู้เอาแรงไปกรำตากแดด ตากลม อยู่หลายปี ก็พบคำตอบว่า งานเกษตรหัวใจสำคัญ คือ แรงงาน กับ ตลาด สุดท้าย พละกำลัง สังขารของผมก็โหมไปมากกว่านี้ไม่ได้ คิดฝัน อยากทำอะไรมากมาย บนผืนดิน แต่..เรากรากกรำสังขารได้จำกัด และได้น้อยลง หากหันมาจ้างแรงงานหรือใช้เงิน ก็ไม่คุ้มทุน สู้ฝืนอยู่หลายปีก็ต้องกลับมาทบทวน

หากชราภาพไปกว่านี้ ผมคงทำงานหนักแบบนี้ไม่ได้ แต่ชีวิตเราต้องการหลักประกัน “รายได้” เราทุกคนต่างมีภาระ พ่อแม่ ลูกเมีย และต้องแก่ชรา ในภาคหน้าอันใกล้  หลายคนสิ้นปัญญา ก็เอาแต่แรงเข้าสู้ มีแรงเท่าไหร่ ก็ทำให้หมด ทำทุกวัน ชาวบ้าน เกษตรกรแทบทุกเรือนจึง หน้าดำคร่ำเครียด เพราะทำงานหนัก แต่ผมกลับมองว่า วันนี้เรายังมีแรง สมองยังใช้ได้ และอยากยึดบ้านเกิดเป็นฐานที่มั่น เพราะไม่มีทุน ไม่มีประสบการณ์


1 ดำเนินกิจการอยู่บ้านเกิด หรือ บ้านนอก บ้านป่า ห่างไกล เมือง ห่างไกลกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคและห่างไกลแหล่งทุนต่างๆ
2 แบรนด์เราใหม่ ยังใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อพิสูจน์ คุณภาพ และตลาดภายนอก มีการแข่งขันสูง คุรภาพดี ราคาต่ำ ซึ่งนั่นคือ อุปสรรคใหญ่มากอีกปัญหาหนึ่ง
3 เราเป็น นักขายมือใหม่ เป็นผู้ผลิต สินค้าหน้าใหม่ มือใหม่ เราวิเคราะห์สินค้า ตลาด โอกาส แบบผิดๆถูกๆ เราคลำหาประสบการณ์ ใหม่ เกือบทุกด้าน   ซึ่งไม่อยู่ในตำราใดๆ และเราพลิกแพลง กลยุทธ์ วิธีการ “ขาย” รวมถึง บริหารจัดการ ภายใต้ ข้อจัดมหาศาลนี้ เพื่อเหตุผลเดียว “ ไปให้ได้ ไปให้รอด “   ไปอีกก้าว ไปอีกปี ไปอีกปี จวบจนวันนี้ ก็ปีที่ 5 ความอดทน อดทน และอดทน คือ เงื่อนไขเดียว ที่ผ่านมาได้

4 เราไม่มีทุน ซึ่ง ทุน คือ หัวใจของธุรกิจ แต่เราไม่มีทุน เรายากจน เราเป็นแค่เกษตรกร เงินก้อนเดียวที่หามาได้คือ เอาที่ดินไปจำนอง “กู้” ซึ่งความระวังคือ มันจบในระหว่างนี้ไม่ได้ เพราะเราจะไม่มีทุนทำต่อ ดังนั้น โอกาสเดียวที่เราจะมีทุน คือ ทำให้สินค้าเราแทรกเข้าตลาดให้ได้ เพื่อโอกาสไปสู่การระดมทุน ในรูปแบบ “หุ้น”  หรือ ขยายวงหนี้ เมื่อปีที่แล้ว โอกาสนี้มา แต่สถานการณ์ ไม่อำนวย ( ปัญหาโควิด และ ประยุทธ ออกกฎหมายใหม่  คือ ห้ามขายออนไลน์) เรามองงานแปรรูปสินค้าภาคเกษตร และสนใจ สินค้าจำพวก “Wine”  เพราะฐานที่มั่นเรามีผลผลิต วัตถุดิบ มีเครือข่ายเพื่อนเกษตร นั่นคือ ทุนเดียวที่เรามี  ดังนั้น การกู้ในสถานการณ์ภายนอก ซบเซา ผมไม่ทำ ! แผนการที่เราทำได้ ระหว่างท้องฟ้าสดใส คือ ทำยังไงก็ได้ ให้คนรู้จัก De Simone ในระหว่างที่รอ จังหวะ!!

แหล่งทุน เงินกู้ เป็นทุนที่ผม คิดระวังมากที่สุด เพราะเป็นเงินที่มีดอกเบี้ย จากสภาพเดิมที่เรากู้อยู่ ก็ยังประคับประคอง จ่ายแค่ดอกยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะสินค้าเรายังจำหน่าย ไม่ได้มากพอ ส่วนมากรายได้ ทั้งหมดที่มี เรานำมา ส่วนหนึ่ง พัฒนาโครงสร้าง ปรับปรุง อาคาร เทพื้นทางเดิน ห้องน้ำ ไฟฟ้า เสริมหลังคา สร้างโรงปอก ฯลฯ อีกส่วนหนึ่ง ก็ผลิตต่อ  เพื่อให้มีสินค้าออกสู่ตลาดต่อเนื่อง
5 เราอยู่ในประเภท สินค้าที่ “รัฐมีอคติ” และ ไม่สนับสนุน ให้เติบโต พูดง่ายๆ คือ ทำสินค้าที่ รัฐกีดกันหรือเป็นเครื่องมือ ทุนผูกขาดช่วยกีดกัน

แม้ว่าอุปสรรคจะมาก และเดินฝ่ามาอย่างทุลักทุเล  แต่วันนี้ ผมก็ยังภูมิใจว่า เรายังยืนอยู่
De Simone ยังยืนอยู่ และคิดทุกวัน ว่า จะผลักดันให้แทรกไปในตลาด ไปอยู่ในความยอมรับของผู้บริโภคได้อย่างไร

ผมยอมรับไม่อายว่า ไม่เคยทำธุรกิจ ไม่เคยคิดมาก่อนด้วยซ้ำ แต่โจทก์ชีวิต มันรุมเร้าให้เราต้องรีบลงมือ และ ทุกทางให้ก้าวไปได้ รอดให้ได้ เพื่อให้ครอบครัวเรา พ่อแม่ ลูกเมีย และเพื่อนพ้องภาคเกษตร ที่ร่วมทางอยู่ได้ เหตุผลเดียวที่ผมต้อง เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น (แทบเสียสติ) ยอมทำร้ายจิตใจคนรอบตัว หลายครั้งหลายครา คือ เราต้องมีหลักประกัน และ ธุรกิจคือ ทิศทางที่มีความหมายมาก  ผมเชื่อว่า ต่อให้เราชรา หรือ ออดๆแอดๆ ป่วยไข้ เราก็ยังพอ ค้าขาย ดูแลกิจการได้ หรือไม่อดตาย

เป้าหมายเดียว ของคนที่รักอิสรภาพและอยู่นอกระบบ มาทั้งชีวิต คือ เราจะมั่นคง กินอิ่มนอนอุ่น ได้อย่างไร ในยามที่เราล่วงเข้าวัยชรา สำหรับผม คือ ธุรกิจเล็กๆ นี่แหละครับ..


---------

 

โดยเกษตรกร ขบถ แห่งไร่ทวนลม

Contact Information

  • : มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
  • : webmaster@thaingo.org
  • : 082 178 3849
  • : www.thaingo.in.th

Thai NGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม