ตอนที่ 4 “ดั้งหัก ปะทะ ผมหยิก โลกใหม่ของมิตรภาพ” 

110 05 Oct 2021

ร้อยหวัน พันธุ์ป่า ตอนที่ 4 “ดั้งหัก ปะทะ ผมหยิก โลกใหม่ของมิตรภาพ” 
-----
        รถเลี้ยวเข้าประตูมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ประมาณตี 3 กว่าๆ ผมปลุกเพื่อนๆ ด้วยบทเพลงหนุ่มบาวสาวปาน แล้วตามด้วยหมอลำเร้าใจอีก 3-4 เพลง ได้ผล ทุกคนตื่นถ่างตาคึกคักอีกครั้งทั้งๆ ที่เพิ่งจะนอนตอนรถเข้าสุราษฎร์  น้องแจ๋วคว้าไมค์ เล่าเรื่องราวกวางเรนเดียและวัวหน้าด้าน สัตว์เลี้ยงประจำมหาลัย เพื่อเรียกเสียงฮา ซึ่งได้ผล แต่ที่ได้ผลที่สุด คือข้อมูลที่ผมแอบให้ชาวสารคาม ว่า “เพื่อนๆ ชาวอาสาวลัยลักษณ์นั้นหน้าตาดีทุกคน” 
แต่ละคนขมีขมันจัดการภาพลักษณ์ตนเองและเบิ่งตาโตๆ รอลุ้นระทึก !!!!
        โอ้ !! พระเจ้าจอร์จ !!!??? 
ข้าวเหนียวเม็ดสั้น ปั้นจ้ำกับสะตอพอคละเคล้ากัน สูตรผสมนี้พอดี และเข้าทีจริงๆ เพื่อนๆ อาสาฯ ม.วลัยลักษณ์ก็คงไม่แตกต่าง นั่นคือตื่นเต้น และลุ้นระทึก เพราะ ผมก็แอบให้ข้อมูลว่า “ชาวสารคามนั้นล้วนหน้าตาดี” จึงไม่มีใครหลับสักคน ล้วนนั่งตากลมรอเราเดินทางลงมาจากกรุงเทพยันรุ่งเช่นกัน เนื่องจากมาถึงไวกว่ากำหนดการ ผมจึงตัดสินใจว่า หากเราพักสักชั่วโมงแล้วออกจากวลัยลักษณ์ สักตี 4.30 น. คงจะถึงอ.ป่าพะยอม ตอนสว่างพอดีแน่ๆ ผมจึงให้แต่ละคนนอนรอ แต่ปรากฎการณ์ที่เห็นกลับไม่ใช่  เช่นนั้น  ???
        เพราะข้าวเหนียวเม็ดสั้นกับสะตอฝักผอม ทำปฏิกิริยากันทันทีและต่อเนื่องไม่หยุด !!!
ทั้ง พิ้น เทพ บิว เบิ้ล เบิ้ม น้ำ  ต้อย ต๋อม และ  รุสนี สีหน้าแต่ละคนบ่งบอกถึง ความสุขและตั้งใจจริง ที่จะไปออกค่าย ความวิตกทั้งหมดในใจผมได้สูญหายเป็นปริศนา กลายเป็นความหวังขึ้นทันที เมื่อ อู๊ดดี้  มิ๊ก จ้อย จากสารคาม และ บิว กับ เทพ จากวลัยลักษณ์ได้ทำปฏิกิริยาเข้าหากันลงตัวแล้ว ภาพ อูดดี๊ และจิ้บจ้อย ค่อยๆ กระแซะ เขยิบกระเถิบจากท้ายรถเข้ามาทางกลุ่มวลัยลักษณ์ โดยส่งมุขฮาล่วงหน้ามาก่อน เป็นระยะๆ มี มิ๊กและเบิร์ด คอยรับลูกฮา ในขณะที่ บิว ก็ไม่ลดละ สวนกลับด้วยมุขเด็ดๆ ชนิด มุขต่อมุข จน อึ้ง ทึ่ง เสียว และตามด้วย เทพ รัวกลองพื้นเมืองเสียงหย่อนยานรับลูกฮา เมื่อขนมผสมน้ำยาเข้ากันได้รส ข้าวเหนียวและสะตอ ปั้นรวมเป็นก้อนได้ ความเป็นมิตรก็ลุกขึ้นทักทายกันและกัน การเล่นเกมส์ของชาวค่าย แม้จะดูไร้สาระ ทะลึ่งตึงตังหยาบโลนบ้าง แต่ก็ช่วยเปิดประตูหัวใจให้คนแปลกหน้า 2 กลุ่ม ปริรอยยิ้มออกมาได้ เมื่อใบหน้าเปื้อ ยิ้ม เมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพก็งอกงามได้ทันที ที่สำคัญ “เกมส์หลายๆ เกมส์ เป็นเครื่องมือสร้างกระบวนการพัฒนาศักยภาพคนหนุ่มสาว ช่วยละลายพฤติกรรม สร้างความเป็นทีม และยังสามารถสะท้อนท่าที ตลอดจนทัศนะชาวค่ายแต่ละคนได้อีกด้วย”  แม้ว่าระยะแรกๆ ดูต่างฝ่ายต่างมีท่าที แบ่งโซนกันไปบ้างโดยเฉพาะในกลุ่มสาวๆ แต่ก็สังเกตได้ว่า คนเหล่านี้ มีหัวใจที่พร้อมสำหรับโลกแห่งมิตรภาพ โดยเฉพาะมุขตลกของ หนุ่มๆ ทำให้ผมได้หัวเราะก๊ากๆ บ่อยๆ เหมือนตนเองกลับไปหนุ่มอีกครั้ง เมื่อได้ยินและได้เห็นลีลาใสๆ ซื่อๆ ของหนุ่มๆ กำลังวางมาดสร้างสีสัน 
        “แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว” เจ้ามิ๊กกระโดด ออกจากเบาะมาวาดลีลาพาเพื่อนๆ เล่นเกม สู้ความง่วง ในขณะที่รถวิ่งใกล้ถึง อ.ป่าพยอม เข้าไปทุกที
        “แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว แจวเรือไปซื้อมะขาม ขอเชิญม.สารคามลุกขึ้นมาแจว”
        “เฮๆๆๆ !!!!!!....” เพื่อนๆ ชาวสารคามลุกขึ้นแจวกันพรึบพรับ สนุกสนาน 
        “แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว แจวเรือไปซื้อผัก ขอเชิญวลัยลักษณ์ลุกขึ้นมาแจว” เสียงเจ้ามิ๊ก เจื่อยแจ้วต่อไปอีก
        “เฮๆๆๆ เฮๆๆๆ... “ เพื่อนๆ ชาววลัยลักษณ์ลุกขึ้นจ้ำแจวบ้าง
        “แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว แจวเรือไปซื้อหมอน ขอเชิญ ม.ศิลปากรลุกขึ้นมาแจว”
        “เฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.......” เสียงตรบมือลั่น ทั้งสารคาม ทั้งวลัยลักษณ์และเพื่อนๆ อื่นๆ ต่างลุกขึ้นร่วมสนุก ซึ่งแทบทุกคนบนรถตาสว่างและคึกคักขึ้นมาก 
        “ฮ๊วย จังได๋ อ้ายบิว คือ เต้นซูเถื่อ แท้” เสียงมิ๊กดังจ้อ ออกมา
ท้องฟ้ากระจ่างใสมากขึ้น เมฆด้านทิศตะวันออก เริ่มเรี่ยฟ้าเป็นสีส้ม บ่งบอกถึงการมาเยือนของดวงตาวันและเช้าวันใหม่ ชาวสวนยางเริ่มกลับบ้าน รอแดดสายๆ มาถึงคงจะเริ่มลงมือเก็บน้ำยางขาย ซึ่งเป็นกิจวัตรของวิถีการเลี้ยงชีพชาวปักษ์ใต้ คนขับรถยังตาสว่าง บรรจงบังคับพวงมาลัยอย่างปราณีต  แม้ว่าเสียงเกียร์ดังอ๊อดแอ๊ดๆ ไม่ค่อยขยับเข้าล๊อคตามใจคนขับนัก แต่ถังเหล็กสี่เหลี่ยมบุโรทั่งคันเก่าๆ คันนี้ ก็โหมแรงพาเราทะยานมาถึงจุดหมายแล้ว คือ อ.ป่าพยอม จังหวัดพัทลุง ผมเปิดหน้าต่างรถสูดอากาศยามเช้าอย่างคุ้นเคย สำหรับผม บนถนนเส้นนี้หลายปีมากแล้วที่ผมมักสัญจรผ่านไปมา หญ้าทุกกอ ต้นไม้ทุกคน โค้งเคี้ยวทุกโค้ง และใบหน้าผู้คนล้วนแต่คุ้นเคย “ต่างจากถนนอีกเส้นหนึ่ง ที่แม้ผมจะเดินทางมานานหลายสิบปี แต่เหมือนยิ่งเดินทาง ยิ่งลี้ลับซับซ้อน สองข้างทางมีแต่ขวากหนามและรอยขูดขีดของความทรงจำถึงอดีต ที่แน่ๆ ผมไม่เคยรู้สึกคุ้นเคยเลย” 
        “อ้าวๆ อ้ายบิว ! อ้ายบิว !”
        “ จังได๋ คือเล่นกับค๊น ผู่เดียวน๊อ” เสียงสาวๆ สำเนียงอีสานกระเซ้าแว่วมาจากท้ายรถ
        “เปื้อนๆ กรั๊บ เดี๋ยวโผม จะสอนร้องเพง นะกรั๊บ” บิวสะบัดร่างผอมๆ ทำท่าทางประกอบอย่างเขินอาย ก่อนส่งสำเนียงไทยทองแดงสไตล์ปักษ์ใต้ พาเพื่อนๆ ร้องเพลงชาวค่าย
        “ร๊ากกก ต๊าง แต่ แรกเห็นนนน..... จายยย เต้น ต๊างแต่ แรกเจอ”....
        “ร๊ากก จริงๆ ม่ายด้าย แกล้งเพ้อ ...”
        “ร๊ากก สาเม๋อ ม่ายด้ายยย ล้อเล่น.....”

 

Contact Information

  • : มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
  • : webmaster@thaingo.org
  • : 082 178 3849
  • : www.thaingo.in.th

Thai NGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม