#อัฟกานีสถาน:ชารีอะห์อิสลามมีความหมายมากกว่าการบังคับใช้กฎหมายอิสลาม 

247 views

 

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

 

Shukur2003@yahoo.co.uk

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

17 สิงหาคม 2564  ฏอลิบาน” ประกาศต่อชาวอัฟกันและโลกว่าจะปรองดอง ยันไม่แก้แค้นศัตรู และจะเคารพสิทธิสตรีภายใต้กฎหมายอิสลาม รวมทั้งให้คำมั่นยอมให้ประชาชนเดินทางไปยังสนามบินคาบูลอย่างปลอดภัย

 

#ทำความเข้าใจการปิดหน้าของสตรีมุสลิมที่อัฟกานิสถาน

หลังฏอลิบานยึดรัฐบาลอัฟกานิสถาน(รัฐบาลหุ่นเชิดอเมริกา)มีการถกเถียงเรื่อง การปิดหน้าของสตรีมุสลิมที่อัฟกานิสถาน เพื่อให้เห็นภาพว่า หลักการนี้ หลักการอิสลามมีมุมมองอย่างไรเชิงวิชาการซึ่งผู้เขียนเคยเขียนไว้ หลายปีที่ผ่านมา (ในประชาไท)ดังนี้

1.การแต่งกายของสตรีมุสลิมตามหลักการอิสลาม

 

สตรีมุสลิมเมื่อบรรลุศาสนภาวะ มีความจำเป็นจะต้องแต่งกายที่มิดชิดซึ่งเรียกว่า ฮิญาบ เพื่อการปกป้อง ศักดิศรีของความเป็นสตรีจากบุรุษเพศที่ใช้สายตาตามอารมณ์ฝ่ายต่ำในการลวนลาม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการก่ออาชญากรรม หรือความเสื่อมทรามทางสังคมทีไม่อาจคำนวณนับได้นั้น

 

2.คำนิยามของฮิญาบ

 

คำว่า ฮิญาบ มาจากรากศัพท์คำว่า (  hajaba yahjibu hijba wa hijabba ) แปลว่า ซ่อน ปกปิด กีดกั้น

 

ในขณะคำนิยามของฮิญาบตามศาสนบัญญัติหมายถึงการปกปิดร่างกายและเครื่องประดับเว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ [1] ยกเว้นผู้ที่ได้รับการยกเว้น [2] ดั่งที่อัลลอฮ์ได้โองการไว้ความว่า  “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดาสตรีผู้ศรัทธาให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาของสงวนของพวกเธอไว้ อย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ อย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายสามีของพวกเธอ หรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอหรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอ หรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ หรือที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง (ทาสและทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้เธอกระทืบเท้าของพวกเธอ เพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งที่พวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ  และพวกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺเถิด โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ” (อัลกุรอาน บทอันนูร / 31)

 

3.การคลุมหน้า

 

เมื่อพิจารณาคำว่าฮิญาบในความหมายตามทัศนะศาสนบัญญัตินั้นสตรีมุสลิมไม่จำเป็นต้องคลุมหน้า [3] และเหตุใดมีสตรีมุสลิมหลายคนทั้งในประเทศอาหรับหรือในอัฟกานิสถานส่วนใหญ่หรือในฝรั่งเศสคลุมหน้าอย่างเปิดเผยซ้ำยอมเสี่ยงในการทำผิดกฎหมายของฝรั่งเศสตามที่เป็นข่าว

 

ปราชญ์อิสลามศึกษาในอดีตได้ให้ทัศนะที่สอดคล้องกันว่าสตรีมุสลิมปกติสามารถเปิดเผยใบหน้าและฝ่ามือได้ [4] หากไม่เกิดอันตรายต่อสตรี เช่น สตรีวัยรุ่นหรือผู้มีใบหน้าสวยอาจจะทำให้ชายมองแล้วหลงใหล แต่มิได้หมายความว่าการปิดหน้าเป็นสิ่งที่ผิดในทางกลับกันปราชญ์ในอดีตมองว่าควรส่งเสริมไม่ถึงขั้นจำเป็นต้องทำ หากไม่ทำจะบาป

 

ซึ่งสอดคล้องกับปราชญ์ร่วมสมัย อย่างเช่น ชัยค์ ดร. ยูซุฟ อัล-ก๊อรฏอวีย์ ปราชญ์ส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร และมหาวิทยาลัยอิสลามเก่าแก่อื่น ๆ อย่างชัยตูนะฮฺ(ตฺนิเซีย)และกอรอวียีน(มอร็อคโค)และชัยค์นาศิรุดดีนอัล-อัลบานียฺ    

 

จากเหตุผลดังกล่าวทำให้สตรีบางท่าน [5] (ผู้ปกครองบางท่านบังคับสตรีภายใต้ปกครอง) คลุมหน้า หรือ นิกอบและบุรกาเมื่อต้องออกจากที่พักอาศัยดังเช่นในภาคใต้ของประเทศไทย  ตะวันออกกลาง หรืออัฟกานีสถาน

4. ปิดหน้ากับปลดปล่อยสตรีเป็นไท(มุมมองที่แตกกับสตรีนิยมตะวันตก)

 

อัลอัค นักวิชาการมุสลิมไทยร่วมสมัยได้ให้ทัศนะพอสรุปใจความได้ว่า การแสดงการเป็นผู้ปลดปล่อยสตรีทำแค่เพียงแค่กระชากผ้าปิดหน้าผืนหนึ่งออกจากใบหน้าของสตรีมุสลิมกระนั้นหรือ ? การไม่มีผ้าปิดหน้าถือเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะแห่งการปลดปล่อยสตรีมุสลิมให้เป็นไท สู่ความเสมอภาคระหว่างชายหญิงกระนั้นหรือ? ขณะที่ภาพสตรีจำนวนมากมายในเอเชียใต้ที่ถือกะลาขอทาน ถูกพูดในแง่มุมนี้น้อยเกินไป หรือว่าพวกเธอเหล่านั้นไม่มีผ้าปิดหน้า … ความยากจนไม่มีอันจะกินของผู้หญิงจำนวนหลายร้อยล้านถือว่าเป็นประเด็นอื่นไม่เกี่ยวกับสิทธิของสตรีกระนั้นหรือ?  การกระแหนะกระแหนของบางคนที่มีต่อผ้าคลุมหน้าเป็นเรื่องที่ไม่วางอยู่บนตรรกะ และบางทีก็ขาดความยุติธรรมอย่างเห็นได้ชัด เป็นไปได้ว่าบางคนปิดหน้าอย่างไม่เข้าใจ ปิดหน้าตามกลุ่มชนที่ตนอาศัยอยู่ และก็เป็นไปได้ว่าคนปิดหน้าจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้หนังสือ แต่นี้ไม่ใช่ความผิดของผ้าคลุมหน้า    การกล่าวถึงมุสลิมะฮฺที่ปิดหน้าว่าเป็นพวกสุดโต่งหรือเลยเถิดนั้น จัดว่าเป็นถ้อยคำที่อธรรม การปฏิบัติตามทัศนะทางนิติศาสตร์แบบเข้มงวดใด ๆ ที่ได้มาจากปราชญ์มุสลิมนั้นมิใช่ความสุดโด่ง แต่ความสุดโต่งอยู่ที่การไปบังคับคนอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ปฏิบัติตามทัศนะของตนเองต่างหาก

 

กฏหมายอิสลามนั้น ไม่ใช่กฎหมายที่มองอะไรเพียงด้านเดียว หรือไม่มีเหตุมีผล ในแง่หนึ่งนั้น อิสลามก็มุ่งปกป้องคุ้มกันจริยธรรมของมนุษย์ให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง และในอีกแง่หนึ่งก็คำนึงถึงความจำเป็นต่าง ๆ ของมนุษย์ด้วย ดังนั้น จึงก่อให้เกิดความสมดุลทั้งสองด้านของชีวิต ….ดังนั้น นางก็อาจเปิดใบหน้าได้ถ้าต้องการเมื่อมีความจำเป็น ขอเพียงว่านางอย่าได้ประสงค์จะอวดความงาม ... บทบัญญัติที่มีเหตุผลนั้นยืดหยุ่นได้ มีทั้งความเข้มงวดเคร่งครัดและโอนอ่อนผ่อนตามสถานการณ์ มีข้อยกเว้นในตัวบทตามกาลเทศะ บทบัญญัติเช่นนี้ ไม่ใช่ให้หลับหูหลับตาตาม แต่ต้องมีการพินิจพิเคราะห์ด้วย...” (ดู การคลุมหน้ากับสถานภาพสตรีในอิสลาม โดย อบุล อะอฺลา เมาดูดียฺ น. 405-407 )

 

ผ้าปิดหน้าจึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญในอารยธรรมมุสลิม แต่มิใช่สัญลักษณ์แห่งการกดขี่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพในการปกป้องตัวเองที่สตรีมุสลิมสามารถเลือกได้ มิใช่การนำไปใช้แบบแข็งทื่อที่มีรูปแบบเดียว และมิใช่การประกาศความเคร่งในศาสนาว่าใครเหนือกว่าใคร แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยตนเองจากการแสดงอำนาจของผู้ชายด้วยการเลือกที่จะใช้มันอย่างไร?

 

เป็นที่น่าเสียดายว่าสังคมโลกในยุคประชาธิปไตย และ  สิทธิมนุษยชนเบ่งบานพยายามไปบังคับสตรีผู้ที่แสดงเจตนารมณ์อย่างแรงกล้าที่ต้องการปิดหน้าเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของตัวเขาเองแต่กลับเมินเฉยกับสตรีหรือบุรุษเพศที่พยายามเปลือยกาย สร้างความหายนะทางศีลธรรมต่อสังคมโลกและเซ็กซ์เสรีจนนำสู่การแพร่ระบาดของโรคร้ายมากมายทั้งสังคมไทยและสังคมโลก อย่างไรก็แล้วแต่การหิญาบและปิดหน้าควรมาจากจิตสำนึกมากกว่าการบังคับซึ่งเป็นความท้าทายรัฐอิสลาม

#ชารีอะห์มีความหมายมากกว่ากฎหมายอิสลาม ที่พูดถึง แค่การตัดมือคนขโมย การใส่ฮิญาบ การปิดหน้าหรือคลุมหน้าปกปิดร่างกายของสตรี เป็นต้น และอะไรคือความท้าทายของมุสลิมท่ามกลางกระแสการประกาศใช้ชารีอะห์ของขบวนการฏอลิบานในอัฟกานิสถาน

ทำไม?الشريعة الاسلامية มาจากคำว่า (อัชชะรีอะฮฺ อัลอิสลามียะฮฺ) หมายถึง สิ่งซึ่งพระองค์อัลลอฮฺ (سبحا نه وتعالي) ได้ทรงบัญญัติสิ่งนั้นเอาไว้แก่มวลบ่าวของพระองค์จากบรรดาหลักการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบรรดาหลักการที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการยึดมั่น (อัลอะกีดะฮฺ) หรือหลักจริยธรรม (อัลอัคลาก) หรือการจัดระเบียบสิ่งที่ออกมาจากมนุษย์ทั้งวจีกรรม, กายกรรมและการทำธุรกรรมทั้งหลาย (อาลี เสือสมิงแปลจาก ดร.ซูฟีย์ หะซัน อบูฏอลิบ ; การบังคับใช้กฎหมายอิสลามในกลุ่มประเทศอาหรับ, หน้าที่ 15 พิมพ์ครั้งที่ 4 (ค.ศ.1995) สำนักพิมพ์อันนะฮฺเฎาะฮฺ อัลอะรอบียะฮฺ, ไคโร, อียิปต์)

ดังนั้นเรื่องการประกาศใช้ให้สตรีอัฟกานิสถานคลุมหน้ามิดชิดเหมือน 20 ปีที่แล้วที่ฏอลิบานเคยปกครอง และสถานการณ์ความเป็นจริงสตรีจำนวนมากด้วยยังหวาดกลัวกับภาพในอดีตในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลฏอลิบานอาจจะมาเน้นการสร้างจิตสำนึกมากกว่าการบังคับดั่งที่ท่านนบีมุฮัมมัดสร้างรัฐอิสลามผ่านจิตสำนึกแบบค่อยเป็นค่อยไปถึง 23 ปีเพราะชารีอะห์อิสลามมีความหมายมากกว่าการบังคับใช้กฎหมายอิสลาม 

อนึ่ง เชค อะหมัด อัรรอยสูนีย์ 

ประธานสหภาพนานาชาติของปราชญ์มุสลิมได้ส่ง

สาส์นแด่ "ชาวอัฟกันและผู้นำของพวกเขา"

 

بسم الله الرحمن الرحيم و الحمد لله رب العالمين وصلى الله وسلم على سيد المرسلين، سيدنا محمد وعلى آله وصحبه أجمعين، الحمد لله الذي هدانا لهذا وما كنا أن نهتدي لولا أن هدانا الله.

 

พี่น้องที่มีเกียรติทุกท่านที่กำลังติดตามพัฒนาการล่าสุดที่เกิดขึ้นในประเทศอันเป็นที่รักของเราคืออัฟกานิสถาน เราทุกคนใน "สหภาพนานาชาติของปราชญ์มุสลิม" กำลังติดตามพัฒนาการเหล่านี้ และสหภาพฯ กำลังทำงานเพื่อศึกษาและติดตามสถานการณ์ และพิจารณาข้อเรียกร้องในสิ่งที่สหภาพฯ สามารถเสนอให้กับอัฟกานิสถาน ต่อผู้นำใหม่ และรัฐบาลใหม่ที่ควรจะคาดหวัง เนื่องจากเป็นข้อกังวลหลักของเรา และนี่คือเนื้อหาที่สหภาพฯ แถลงการณ์ออกมา 

 

1. โดยทั่วไป "สหภาพนานาชาติของปราชญ์มุสลิม" มองเห็นในแง่ดีและพอใจกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เกิดขึ้นในช่วงวันเวลาและสัปดาห์สุดท้ายในอัฟกานิสถาน พิจารณาจากที่เกิดขึ้นทั่วประโทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาในกรุงคาบูลเมืองหลวงอัฟกานิสถาน 

 

สหภาพฯ นับมันว่าเป็นเรื่องน่ายินดีและมองเห็นในแง่ดี เราจึงขอแสดงความยินดีกับชาวอัฟกันและผู้นำของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อขบวนการฏอลิบานที่อยู่ในขั้นตอนเหล่านี้และอยู่บนเวทีใหม่ที่เริ่มต้นขึ้น หรือกำลังเริ่มต้นและกำลังเป็นรูปเป็นร่างในอัฟกานิสถาน

 

สหภาพฯ มุ่งความสนใจเป็นพิเศษกับประเด็นเกี่ยวพันกับชีวิตต่างๆ และการละเมิดหลั่งเลือด  ที่ผ่านมาเราได้มีการติดต่อกับคณะผู้แทนการเจรจาที่โดฮาอยู่เสมอ(ในช่วงที่ฏอลิบานมาสู่โต๊ะเจรจากันที่กาตาร์) ความกังวลของเรื่องนี้คือวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการนองเลือดและการสังหารชีวิต เพราะว่าในทุกสภาพการณ์ที่กล่าวมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชีวิตผู้บริสุทธิ์ต่างตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นท่ามกลางสงครามและการต่อสู้กันภายใน

 

พวกเราใน "สหภาพนานาชาติของปราชญ์มุสลิม"  ได้แสดงความยินดีกับกลุ่มตอลิบานก่อนหน้านี้กับการสามารถบรรลุข้อตกลงในการขับไล่กองกำลังต่างชาติ กองกำลังอเมริกันและอื่นๆ ให้ออกจากอัฟกานิสถาน อันที่จริงนี่เป็นชัยชนะครั้งแรกและครั้งยิ่งใหญ่ เราขอขอบคุณกลุ่มตอลิบานสำหรับสิ่งนี้ นี่เป็นความสำเร็จของอัฟกานิสถานด้วยการทำญิฮาด ความอดทน และการเสียสละ

 

2.  หลังจากนี้ เราหวังเสมอและยังคงหวังว่าปัญหาทั้งหลาย ความขัดแย้ง และการแบ่งแยกในสังคมอัฟกันและระหว่างผู้นำอัฟกันจะได้รับการแก้ไขด้วยสันติ ความเข้าใจ และการสนทนา - อัลฮัมดุลิลลาฮฺ(ขอขอบคุณต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา)ที่สัปดาห์สุดท้ายและวันสุดท้ายก็ได้หันไปสู่เส้นทางนี้ มันคือเส้นทางแห่งความอดทนและการปรองดอง เส้นทางแห่งความสามัคคีระหว่างผู้นำหลายคนของระบอบการปกครอง ซึ่งได้เกิดขึ้นในขั้นตอนสุดท้ายกับขบวนการฏอลิบาน

 

เราได้เห็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐและในระบอบการปกครองของอัฟกานิสถานที่สิ้นอำนาจลง เราเห็นพวกเขามีความเข้าใจ มีการเปิดเมืองอย่างสันติ การยอมจำนนและให้ร่วมมือกับขบวนการฏอลิบาน สิ่งนี้ได้ปรากฏขึ้นในช่วงเวลาสุดท้ายและปรากฏให้เห็นในกรุงคาบูลที่เป็นเมืองหลวง เราขอแสดงความยินดีกับทุกคน หากทุกคนริเริ่มที่จะยื่นมือช่วยเหลือกัน ให้ความร่วมมือกัน มีความอดทนอดกลั้น และสามัคคี มันทำให้เรามองเห็นในแง่ดีเกี่ยวกับช่วงขั้นตอนใหม่ ด้วยบรรยากาศการประนีประนอม ใจกว้าง และให้ความร่วมมือกัน แม้แต่ผู้นำระดับสูงของระบอบการปกครองที่สิ้นสุดลง ก็ยอมมอบอำนาจและการช่วยเหลือพี่น้องในขบวนการฏอลิบาน 

 

เราเห็นขบวนการฏอลิบานไม่ได้ประหารชีวิตใคร ไม่หลั่งเลือด และเข้าไปในเมืองเพื่อรักษาความมั่นคงและทรัพย์สิน เราเห็นการนิรโทษกรรมทั่วไป และเมื่อพวกเขาเข้าไปในเมืองก็เปิดเรือนจำและปล่อยตัวนักโทษที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม นี่เป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนใหม่ ซึ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ดูเหมือนจะมีลักษณะที่เป็นไปตามที่กล่าวมา เราขอแสดงความยินดีกับชาวอัฟกันและขบวนการฏอลิบาน และเรายังแสดงความยินดีกับผู้นำในระบอบอัฟกานิสถานที่อำนาจสิ้นสุดลงที่ได้ให้ความร่วมมือกับขั้นตอนใหม่และชีวิตใหม่

 

เราขอแสดงความยินดีกับชาวอัฟกันที่พวกเขาไม่ทำให้เห็นความโกลาหล การปล้นสะดม การโจมตี การข่มขืน หรือสิ่งอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ หากสิ่งต่างๆ ในเมืองเกิดหยุดชะงัก แม้เพียงหนึ่งชั่วโมงหรือบางส่วนของชั่วโมง

 

เราขอแสดงความยินดีกับชาวอัฟกันสำหรับจริยธรรม ความมีวินัย ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความปลอดภัยจากวิถีชีวิตของพวกเขาในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ ซึ่งยังไม่มีอำนาจการปกครองเฉพาะและอำนาจที่แท้จริงใดที่ยึดครองเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันนี้ เรามองว่าวิถีชีวิตของประชาชนตามจังหวัด อำเภอ และเมืองต่างๆ ของอัฟกานิสถานนั้นเป็นวิถีที่มีอารยธรรมและจริยธรรมที่เหมาะสมกับชาวอัฟกันที่ขึ้นชื่อในเรื่องอิสลาม การยึดมั่นกับศาสนา และความมีน้ำใจ

 

3. อย่างไรก็ตาม เรายังรอคอยที่จะขอให้การแนะนำแก่ผู้นำคนใหม่ของขบวนการฏอลิบานและคนอื่นๆ เราขอเรียกร้องให้พวกเขาทั้งหมดดำเนินชีวิตที่ประนีประนอมและอดกลั้นนี้ต่อไป ทำให้มันคงอยู่ถาวร ไม่ใช่แค่เป็นสิ่งชั่วคราว เพื่อที่จะได้ปกครองเช่นนี้และรักษาทิศทางเช่นนี้ไว้ต่อไป กับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำต่างๆ พรรคการเมืองทั้งหลาย สำนักแนวคิด และผู้คนตามภูมิภาคต่างๆในอัฟกานิสถาน แนวทางของความเข้าใจและความร่วมมือเช่นนี้จะเป็นสิ่งเดียวที่พึ่งพาได้ ไม่มีทางอื่นยกเว้นทางนี้เท่านั้น เพราะการแตกหักกันอีกครั้งนั้นหมายถึงการต่อสู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และนี่คือสิ่งที่ทั้งชาวอัฟกันและชาวมุสลิมทุกแห่งไม่สามารถยอมรับได้ พวกเขาต้องการความสงบ ความสามัคคี และความเข้าใจระหวา่งกัน สำหรับอัฟกานิสถานเท่านั้น

 

เราขอพูดกับพี่น้องของเราในขบวนการฏอลิบานและผู้นำคนอื่นๆ ว่า อัฟกานิสถานในเวทีใหม่ ในยุคใหม่ ในช่วงเวลานี้ และในอนาคตอันใกล้และไกล ต้องการบุตรหลานทุกคน ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกภูมิภาค ทุกสำนักคิด และทุกกระแส ดังนั้น นี่คือเวทีที่ทุกคนมีที่ทาง มีตำแหน่ง และมีบทบาทของเขา ยังจะต้องให้ปัญญาชนกลุ่มต่างๆ นักวิชาการ ผู้นำ และผู้มีชื่อเสียงในเผ่า พรรคการเมือง และกระแสต่างๆ ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมรับฟัง และพวกเขาจะต้องมีส่วนร่วมในการสร้างอัฟกานิสถานใหม่ 

 

อัฟกานิสถานไม่ได้เป็นของคนใดคนหนึ่ง แต่จะเป็นบุตรหลานทุกคนในดินแดนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นี่จะเป็นสิ่งที่เราควรจะได้เห็น เราอยากเห็นผู้คนจากทุกกลุ่มแนวคิด ทุกภูมิภาค เชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ในอัฟกานิสถานมีความเหนียวแน่น รวมกันเป็นหนึ่งโดยอิสลาม คำนึงถึงความสามัคคีของชาวอัฟกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของชาวอัฟกัน

 

เราต้องการเห็นสถานการณ์ใหม่ อำนาจใหม่ และผู้นำใหม่ในอัฟกานิสถาน หันมาสร้างสถาบันที่มั่นคงสำหรับรัฐอัฟกันสมัยใหม่ สร้างสถาบันบนพื้นฐานของการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของทุกคน โดยวางอยู่บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือและการเป็นตัวแทนของชาวอัฟกันโดยไม่มีการกีดกันและไม่มีข้อยกเว้น 

 

สิ่งนี้จะต้องสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมๆ ภายใต้ข้อกำหนดต่างๆ ที่อยู่ในขั้นตอนปัจจุบันซึ่งจัดตั้งเป็นสถาบันชั่วคราวขึ้น และในทุกกรณีจะต้องคำนึงถึงการเป็นตัวแทนของชาวอัฟกันทั้งหมด ทุกกลุ่ม ทุกสำนักคิด ทุกระดับชนชั้น ทุกแนวคิดทิศทาง จะต้องนำมาพิจารณาในสถาบันนี้ทั้งหมด และทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ชะรีอะฮฺ(นิติธรรม)ของอิสลาม ซึ่งกลุ่มฏอลิบานได้รับใช้สิ่งนี้้และก่อนหน้านั้นมุญาฮิดีน(นักต่อสู้ในสมัยสหภาพโซเวียตยึดครอง)ก็ถือธงเช่นนี้ พวกเขาทั้งหมดจะต้องให้คำมั่นและยังคงให้คำสัญญาว่า ชะรีอะฮฺ(นิติธรรม)คือแผนดินและท้องฟ้าของพวกเขา มันเป็นหนทางของพวกเขา มันคือหลังคาของพวกเขา ในทิศทางเช่นนี้มันจึงเปิดให้ทุกคนและทุกคนพบที่ทาง สถานะ และศักดิ์ศรีของพวกเขา 

 

4.พวกเราใน "สหภาพนานาชาติของปราชญ์มุสลิม" จะยังคงติดตามต่อไปด้วยความคาดหวังและความกระตือรือร้นในสิ่งที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน ความจริงก็คือว่าชาวมุสลิมและคนทั้งโลกกำลังรอคอยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในนั้น และสิ่งต่างๆ จะเป็นไปอย่างไร? และจะแตกต่างออกไปอย่างไรจากที่พวกเขาเป็น? ผู้นำใหม่และรัฐบาลใหม่ถูกคาดหวังกับการนำเสนอรูปแบบใหม่สำหรับอิสลามแห่งความเมตตา อิสลามแห่งความร่วมมือ อิสลามแห่งฉันทามติ และอิสลามแห่งการพัฒนาได้หรือไม่? พวกเขาจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างไร? และจะสร้างมันขึ้นมาเป็นรูปร่างได้อย่างไร? สหภาพฯ และโลกต่างรอคอยสิ่งนี้ 

 

สหภาพกำลังติดตามประเด็นนี้ เพื่อเสนอแนะและเพื่อช่วยเหลือพี่น้องในอัฟกานิสถาน เพื่อร่วมมือกับนักวิชาการของอัฟกานิสถาน อัลฮัมดุลิลลาฮฺ(ด้วยการขอบคุณต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา) อัฟกานิสสถานเต็มไปด้วยผู้รู้อุละมาอ์(ปราชญ์อิสลาม) เราพร้อมที่จะต้อนรับผู้รู้อิสลามของอัฟกานิสถาน และเราพร้อมที่จะไปหาพวกเขา และเราพร้อมที่จะพบปะกับพวกเขาทุกที่เพื่อหารือเกี่ยวกับอิสลามและการประยุกต์ใช้ชะรีอะฮ์(นิติธรรม)อิสลามให้ดีที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้

 

ขณะนี้สหภาพฯ พิจารณาว่าตัวเราเองอยู่ในสถานะของการพบปะที่เปิดกว้างและทำมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้และวันนี้สมาชิกคณะกรรมการสหภาพฯ จำนวนหนึ่งได้พบปะกันที่นครอิสตันบูลของตุรกี พวกเขากำลังเฝ้าติดตามอยู่ และข้าพเจ้ากำลังติดต่อกับพวกเขาเพื่อนำเสนอสิ่งที่สามารถนำเสนอได้แก่พี่น้องของเราในอัฟกานิสถาน และแก่พี่น้องของเราในการเป็นผู้นำใหม่และรัฐบาลที่ได้รับความคาดหวังใหม่

 

وبالله التوفيق وآخر دعوانا أن الحمدلله رب العالمين

 

วันจันทร์ที่ 8 เดือนมุหัรร็อม ฮิจญเราะฮศักราช 1443 ตรงกับวันที่ 16 สิงหาคม 2021

 

........................................

ต้นฉบับ https://bit.ly/2UlMQ6C

หมายเหตุจากเพจYMAT

เชิงอรรถ 

 

[1] ใบหน้าและฝ่ามือ

[2] เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายสามีของพวกเธอ หรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอหรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอ หรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ หรือที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง (ทาสและทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้เธอกระทืบเท้าของพวกเธอ

[3] “นิกอบ” และ “บุรกา”

[4] ทั้ง 4 สำนักคิดไม่ว่าจะเป็นหะนาฟียะฮ์ มาลิกียะห์ ชาฟิอียะห์และฮัมบาลียะห์โปรดดู Abd  al – Rahman  al-Jaziri. N.d. al-Figh ala al- Mazhab al-Arbaah. 5/54

[5] ในที่นี้หมายถึงพ่อ  สามีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลสตรีตามศาสนบัญญํติ

 

หมายเหตุฟังเพิ่มเติม ชารีอะห์อิสลามมีความหมายมากกว่ากฎหมายอิสลามที่เราเข้าใจ

#สนทนาระหว่าง 

ผศ.ดร.อับดุลเลาะ  หนุ่มสุข

(อิหม่ามประจำมัสยิดดารุ๊ลอีบาด๊ะห์ (สามวา))

(ผู้อำนวยการสถาบันวะสะฎียะห์เพื่อสันติภาพและการพัฒนาสำนักจุฬาราชมนตรี)

กับ

ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง

(อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

หมายเหตุย้อนหลังฟังใน https://www.facebook.com/darulebadahsamwa/videos/868366077139221/

บทบรรณาธิการ

Read More

บทความ

Read More

Contact Information

มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

webmaster@thaingo.org

082 178 3849

www.thaingo.in.th

ThaiNGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม

ThaiNGO.in.th