แถลงการณ์ ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติการดำเนินคดีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

111 views

แถลงการณ์

ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุติการดำเนินคดีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

 

จากข่าวที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ออกหมายเรียก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีอาญาที่ 691/2558 เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)   โดยฝ่ายกฎหมายได้แจ้งความกล่าวหาว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ร่วมกันทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายใต้ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม อันเป็นความผิดตามมาตรา 116 และ 189 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และสั่งให้นายธนาธรไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าวในวันที่ 6 เมษายน 2562  ทั้งนี้หากมีการดำเนินคดี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจจะต้องถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร

นอกจากนั้นยังปรากฎเป็นข่าวว่า คสช. ยังได้มอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมาย แจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (กก.3 บก.ปอท) เพื่อเอาผิดกับเจ้าของเว็ปไซต์ http://futureforwardparty.org/ และหรือผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกหมายเรียก นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยานเพราะเหตุ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ยุบพรรคไทยรักษาชาติและได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่เว็ปไซต์ http://futureforwardparty.org/”  

ในทางกฎหมายข้อหาที่นายธนาธร ถูกกล่าวหา ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่หน้า สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ที่ไปให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษา NDM[1]เป็นเสรีภาพของประชาชนที่สามารถทำได้ และเหตุการณ์ในวันนั้นเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆกับประชาชนที่ไปรวมตัวกันที่หน้า สน.ปทุมวัน ดังนั้น จึงไม่มีพฤติการณ์ใดที่จะเป็นความผิดตาม ม.116 ได้ ส่วนที่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวนักศึกษาในวันนั้นแล้ว นายธนาธรให้นายรังสิมันต์ขึ้นรถไปก็ไม่ได้เป็นการให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องหาให้หลบหนีแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การดำเนินคดีกับ นายธนาธร และนายปิยบุตร เกิดขึ้นหลังจากที่บุคคลทั้งสองได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ที่ได้แสดงจุดยืน                   

ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของ คสช. และได้ประกาศนโยบายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ให้เป็นประชาธิปไตย และปฏิรูปกองทัพ ซึ่งเป็นจุดยืนและนโยบายที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก รวมทั้งกรณีที่หลังการเลือกตั้งบุคคลทั้งสองได้ตั้งข้อสงสัยต่อการทำงานของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) หลายประการ และได้ประกาศว่าจะเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของ กกต. โดยมีการสื่อสารทางออนไลน์และมีผู้ติดตาม  และสนับสนุนเป็นจำนวนมากนั้น

 

`

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรที่รายชื่อด้านล่างนี้ มีความเห็นว่า

 

1.       การประกาศจุดยืนทางการเมืองของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล นั้นเป็นการดำเนินการโดยสงบ โดยมิได้ยุยงหรือสนับสนุนให้เกิดความรุนแรง จึงย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรมในสังคมประชาธิปไตยที่พึงกระทำได้ ทั้งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 34 ที่กำหนดว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  การพูด    การเขียน  การพิมพ์  การโฆษณา  และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น”  ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ข้อ 19 และกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อบทที่ 19 ที่รัฐไทยมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม

ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช. ยอมรับและเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ การสื่อสาร และตรวจสอบรัฐบาลดังกล่าว

2.       การที่ คชส. ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล และบุคคลอื่นๆ อีกหลายกรณี โดยเฉพาะการที่หยิบยกกรณีเก่าที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว (ปี 2558) มาดำเนินคดีหลังจากการเลือกตั้ง และตั้งข้อหาความผิดตามมาตรา 116 แห่งประมวลกฎหมายอาญา อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งทำให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ทหารและถูกพิจารณาคดีโดยศาลทหารตามประกาศและคำสั่ง คสช. ฉบับต่างๆ นั้น นอกจากอาจทำให้สังคมและนานาชาติเข้าใจไปได้ว่า คสช. กำลังใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อันเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยแล้ว อาจทำให้เข้าใจไปได้ว่า คสช. กำลังใช้การดำเนินคดีเพื่อกลั่นแกล้ง ข่มขู่ คุกคาม (Judicial Harassment)  ฝ่ายตรงข้ามหรือศัตรูทางการเมืองของตนด้วย

ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช. ยุติการดำเนินการดังกล่าว

3.       พวกเราเข้าใจและเห็นใจในความอึดอัดของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมภายใต้การปกครองโดย คสช. โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน

ดังนั้น จึงขอให้กำลังใจพนักงานสอบสวนให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ เป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจบงการของคนกลุ่มใด รวมทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและผู้บริหารบางคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขอให้พนักงานสอบสอบใช้กฎหมายเพื่อผดุงความยุติธรรมและปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของบุคคลกลุ่มใดที่มุ่งใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้งนี้เพื่อร่วมกันฟื้นฟูกู้สถานะอันเสื่อมถอยของกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมา

 

ด้วยความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

แถลงมา ณ วันที่ 5 เมษายน 2562

กรุงเทพมหานคร

บทบรรณาธิการ

Read More

บทความ

Read More

Contact Information

มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

webmaster@thaingo.org

082 178 3849

www.thaingo.in.th

ThaiNGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม

ThaiNGO.in.th