ความเห็นต่อกรณี รัฐบาลออกมติคณะรัฐมนตรีให้ SCG เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

210 views

( ขอบคุณภาพ ThaiPBS   :   https://news.thaipbs.or.th/content/278194 )
 

ความเห็นต่อกรณี

รัฐบาลออกมติคณะรัฐมนตรีให้ SCG เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

 

 

          จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทับกวางและป่ามวกเหล็ก จ.สระบุรี ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ จำนวน ๑๕ แปลง ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ เอ พื้นที่ประทานบัตรรวม ๓,๓๑๑ ไร่ ๒ งาน ๖๗ ตารางวา  เนื่องจากหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔  แต่อายุประทานบัตรเหมืองแร่ยังคงเหลืออยู่ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๗๙  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงมีความเห็นให้ SCG ได้รับการพิจารณาผ่อนผันให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ เป็นการเฉพาะรายจนสิ้นอายุประทานบัตรในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๗๙ นั้น  ทำให้เห็นได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีความจริงใจและความซื่อตรงในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติตามที่กล่าวอ้างในที่ต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นในยุทธศาสตร์ชาติหรือยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ก็ตาม

          โดยเฉพาะกรณีของการทำเหมืองแร่ในประเทศไทยที่มีการออกพระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๖๐ (กฎหมายแร่) ออกมา  แต่ในการปฏิบัติจริงนั้นกลับไม่ได้ทำตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย  โดยเห็นได้จากการออกมติ ครม. ในลักษณะดังกล่าวที่มีการผ่อนผันให้ SCG เข้าใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนได้ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ ที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ  ถือเป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมซึ่งมีข้อห้ามอย่างชัดเจนตามกฎหมายแร่มาตรา ๑๗ วรรค ๔ ที่ว่าพื้นที่แหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองต้องไม่ใช่พื้นที่ดังต่อไปนี้

          . พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ

          . เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า

          . เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายโบราณสถาน  โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

          . เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด  พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ

          . พื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม

          การออกมติ ครม. ผ่อนผันให้บริษัท SCG เป็นการเฉพาะรายในครั้งนี้จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนอย่างชัดเจน  โดยไม่สนใจปัญหาของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม  ธรรมชาติ  ระบบนิเวศและสุขภาพอนามัยของประชาชนที่จะตามมาแม้แต่น้อย  และการกระทำในครั้งนี้ของรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. ยังเป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลนี้ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายและใช้อำนาจไม่จำกัด  ดังนั้น เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่จึงขอให้ทางรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. ตอบคำถามสองข้อให้ชัดเจน  ดังนี้

          . ใบอนุญาตขอใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติของบริษัท SCG หมดอายุตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔  แต่ในความเป็นจริงกลับมีการทำเหมืองมาโดยตลอดแม้ใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจะหมดอายุลงไปแล้วจริงหรือไม่ ?

          . รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. อาศัยอำนาจใดในการออกมติ ครม. ดังกล่าว  เนื่องจากมติ ครม. นั้นสามารถออกได้เท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายหลักที่มีอยู่  ซึ่งการออกมติ ครม. ผ่อนผันให้มีการทำเหมืองในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ นั้น ย่อมขัดกับกฎหมายแร่อย่างแน่นอน  หากรัฐบาลที่เป็นผู้ออกและใช้กฎหมายกลับทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์เสียเองโดยทำให้ มติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจยิ่งใหญ่จนสามารถเขี่ย พระราชบัญญัติให้ตกไปได้  แล้วประชาชนที่ใช้กฎหมายยังจะมีความเชื่อมั่นศรัทธากับรัฐบาลนี้ต่อไปได้อย่างไร

 

เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่

๘ มีนาคม ๒๕๖๒

บทบรรณาธิการ

Read More

บทความ

Read More

Contact Information

มูลนิธิกองทุนไทย Thai Fund Foundation 2044/23 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพ 10310

webmaster@thaingo.org

082 178 3849

www.thaingo.in.th

ThaiNGO

ข่าวสารสังคมนอกสื่อกระแสหลัก ข่าวสารความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับเอ็นจีโอ ข่าวกิจกรรมเพื่อสังคม งานสัมนา สมัครงานเอ็นจีโอ ร้องเรียน แจ้งข่าว…ประนามประจาน !! ที่ได้รับความทุกข์ร้อนไม่เป็นธรรม

ThaiNGO.in.th